02dual บอร์ดแห่งการศึกษา

บทความ => ธรรมะ => ข้อความที่เริ่มโดย: ภูหนาว ที่ 15 พฤษภาคม 2014 | 10:11:43 AM

หัวข้อ: เอาให้ได้อย่างใจ
เริ่มหัวข้อโดย: ภูหนาว ที่ 15 พฤษภาคม 2014 | 10:11:43 AM
เอาให้ได้อย่างใจทุกอย่าง
ในที่สุดจะไม่ได้อะไรสักอย่าง
หรือสูญเสียทุกอย่างไปจนหมด

เอาให้ได้อย่างใจบางอย่าง
ยอมแลกกับอะไรบางอย่าง
จึงค่อยมีโอกาสได้อย่างใจจริงๆ

ไม่มีแก่ใจเอาอะไรสักอย่าง
ก็เหมือนไม่มีอะไรสักอย่าง
แม้ใครจะมองมาว่าเหมือนมีทุกอย่าง

ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน
เมื่อ ‘รู้ใจตน’ ว่าต้องการอะไรจริง
ต้อง ‘ทำใจ’ แลกกับอะไรบ้าง
ที่สำคัญ ‘มีแก่ใจ’ พยายามนานพอ
คุณจะรู้จักศักยภาพความเป็นมนุษย์
คือ ‘ต้องได้’ ในสิ่งที่สมควรได้
ไม่อย่างนั้น
คุณจะรู้จักแต่ความอยากลมๆแล้งๆของมนุษย์
คือ ‘ฝันไป’ ว่าจะได้ในสิ่งที่ไม่สมควรได้

— แนะนำหนังสือ
ชื่อหนังสือ: เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว ฉบับ คัดสรร
อ่านฟรีที่: http://bit.ly/1kubSkR (http://bit.ly/1kubSkR)
สั่งซื้อออนไลน์: เล่มละ ๓๙ บาท http://bit.ly/1mnAJt8 (http://bit.ly/1mnAJt8)
ดูวิธีสั่งซื้ออย่างละเอียดได้ที่ http://bit.ly/1iISnJz (http://bit.ly/1iISnJz)

— ทำบุญสร้างโรงพยาบาล —
http://on.fb.me/1gPKopl (http://on.fb.me/1gPKopl)

- หมายเหตุ -
เนื้อหาในสเตตัสเป็นงานเขียนใหม่ในแต่ละวัน
ไม่มีอยู่ในหนังสือที่ประชาสัมพันธ์

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin (https://www.facebook.com/dungtrin)
หัวข้อ: Re: เอาให้ได้อย่างใจ
เริ่มหัวข้อโดย: ภูหนาว ที่ 15 พฤษภาคม 2014 | 10:12:03 AM
ถาม : พี่ตุลย์คะ ปกติไปถวายภัตตาหารเช้าและทำวัตรเย็นที่วัดแทบทุกวันมาสี่ปีกว่าแล้ว แต่สองสามเดือนมานี้มีเรื่องให้จิตตก เลยไปบ้างไม่ไปบ้าง (เรื่องท้อถอยในบุญนี้เคยถามพี่ตุลย์แล้ว พี่บอกให้หมั่นระลึกไปเรื่อยๆว่าจิตกำลังไหลลงต่ำ จิตจะฉลาดขึ้นเอง) เช้าวานนี้ไปทำบุญที่วัด อากาศร้อน คนเยอะ หงุดหงิด ใจเลยหม่นหมองอะค่ะ ตอนเย็นเลยตั้งใจว่าจะสวดอิติปิโสที่บ้านดีกว่า เพราะไม่อยากหม่นหมองขณะทำบุญอีก แต่แมวเจ้ากรรมก็ดันทำพระพุทธรูปตกลงมาเสียหายสององค์ในวันวิสาขบูชาด้วย และ 1 ในนั้นเป็นพระที่คนสำคัญให้มา เลยยิ่งกังวลไปใหญ่ เมื่อคืนสวดขอขมาพระรัตนตรัยและสวดอิติปิโสแบบที่พี่ตุลย์แนะนำ ก็ยังกังวลอยู่ดีค่ะ ขอรบกวนด้วย _/\_

ตอบ : ความกังวลไม่ได้ช่วยให้ดวงดีขึ้นครับ ความสบายใจ ความมีจิตผ่องแผ้วเป็นกุศลต่างหาก ที่ช่วยบรรเทาให้เรื่องร้ายที่กำลังเกิดขึ้นเบาบางลง

นี่เรื่องร้ายยังไม่เกิด แต่ใจคอเราเครียดกังวลไปแล้ว ที่แน่ๆคือตอนนี้สถานการณ์ทางใจไม่ดี และที่เป็นแนวโน้มคือถ้าเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นจริง ก็จะไม่เหลืออะไรดีๆอยู่เลย

อย่าเชื่อนิมิตบอกที่เห็นภายนอก ให้ดูนิมิตทางใจที่ปลอดโปร่งหรืออลหม่าน หากนิมิตทางใจเป็นไปในทางสว่าง ทางดี ก็ไม่มีอะไรข้างนอกมืดจริง ไม่ว่าจะเดี๋ยวนี้หรือข้างหน้าครับ

ถาม : คุณดังตฤนคะ ภาพความคิดในหัว คือ สิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้น ไม่ใช่นิมิตที่จะเกิดขึ้นจริงเสมอไป ถูกหรือไม่คะ แล้วภาพความคิดเหล่านี้เกิดจากเหตุที่จิตเป็นโทสะ เป็นกังวล หรือกลัว ได้หรือไม่คะ ตัวอย่างเช่น ขณะทำงาน ฝากลูกให้คุณน้าคุณยายเลี้ยง ใจจะกังวล เป็นภาพที่เกิดขึ้น ลูกจะตก จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง กลัวต่างๆนานา นั่นคือ ภาพที่คิดขึ้นเอง ถูกมั้ยคะ ตามหลอกหลอนบ่อยๆ ใจมืดดำสนิท ซ้ำด้วยกลัวเหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริง มืดดำลงหลุมดำซ้ำเติมไปอีก พยายามมีสติให้หลุดออกจากสภาวะนี้ แต่ยากเหลือเกินค่ะ

ตอบ : ความวิตกกังวล เป็นฐานของนิมิตร้ายๆ ความคิดแง่ลบ และการมองโลกไม่ดีครับ วิธีแก้วิตก คือยอมรับว่าวิตก เพื่อจะได้มีโอกาสเห็นถนัดๆว่าหน้าตาความ ‘วิตกกังวลไปก่อนเหตุ’ เป็นอย่างไร มีลักษณะอึดอัด กระสับกระส่าย ไม่เป็นสุขอย่างไร และลักษณะจิตแบบนั้นก่อให้เกิดภาพในหัวในทางลบถี่บ่อยขนาดไหน เมื่อ ‘เห็นกลไกการเกิดภาพ’ บ่อย ก็จะยิ่งรู้เท่าทัน และคลายออกมา

การมีสติเฉยๆในบางกรณีก็ไม่ช่วยครับ ถ้ามันมีกำลังแรงเกินกำลังสติ การมีสติรู้เฉยๆเหมาะกับกิเลสที่มีกำลังอ่อนกว่าสติของเรามากๆเท่านั้น

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin (https://www.facebook.com/dungtrin)