ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาแพทย์  (อ่าน 8961 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

miclemoo

  • บุคคลทั่วไป
         สวัสดีครับน้องๆ พี่เป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ชั้นปีที่4 ที่มศว นะ ที่มาที่ไปที่พี่ได้มาเล่าให้น้องๆ ฟังในวันนี้ก็เพราะว่า อาจารย์ของพี่ อ.สุชาต น่ะครับท่านวานให้พี่ช่วยมาเล่าให้น้องๆ ฟังเกี่ยวกับชีวิตในรั้วมหาลัยของนักศึกษาแพทย์ พี่ไม่รู้ว่าจะมีใครเคยพูดอะไร ให้น้องคนไหนฟังหรือไม่ แต่เรื่องของเขาเหล่านั้นต้องไม่เหมือนของพี่แน่นอน
   พี่ไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่องการสอบนะน้อง เพราะตอนนี้มันเป็นคนละระบบไปแล้ว Gat pat อะไรไม่รู้เรื่องจริงๆ งงมาก สำหรับการสอบความถนัดทางแพทย์ตอนที่พี่สอบนะ วันก่อนสอบพี่ก็ไปซื้อเก็งข้อสอบมา เป็นแบบตรรกกะเป็นเล่มเลย ก็ทำไป พอเข้าไปทำข้อสอบจริงๆ น้องเอ๊ย…ไม่ต้องอ่านเลย ไม่มีประโยชน์ เป็นแบบทดสอบที่ใครก็ทำได้อะน้อง เป็นเรื่องธรรมดาๆ ทั่วไป ใช้ common sense เอา แต่ต้องอ่านโจทย์ดีๆ เน้อ บางอันมันให้กาได้หลายข้อ ใครกาข้อเดียวก็รับทรัพย์กันไป ส่วนพี่ก็ทำๆ สอบๆ ไปยังงั้นๆ ไม่ได้คิดจริงจังว่าอยากจะเรียนอะไร คือจริงๆ แล้วพี่อยากเรียนพวกวาดรูป เขียนนิยาย อะไรทำนองนี้ สุดท้ายแล้วเราก็ไม่ได้เป็นคนตัดสินชีวิตเราเองอ่ะน้อง คะแนนมันเลือกให้ พี่ติดรอบที่สามของ มศว แบบฉิวเฉียดเลย คือตอนนั้นรอบสามเนี่ยจะต้องไปยื่นคะแนนซ้ำที่แต่ละมหาลัยเองอีกทีหนึ่ง แล้วคัดจาก 20 กว่าคนเหลือ 8 คน พอดีได้เลขประจำตัวสุดท้ายของรุ่นเลย
   พี่ขอบอกไว้ก่อนว่าโรงเรียนแพทย์แต่ละที่เนี่ยเค้าก็จะมีหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไป สำหรับปี 1 ที่มศว เนี่ยเค้าจะส่งเราไปอยู่ที่มศว องครักษ์ ซึ่งน้องมองไปรอบๆ ก็จะเห็นทุ่งนา ฝูงควาย และหิ่งห้อย ล้อมรอบโรงพยาบาลของเราเต็มไปหมด ปี1 นี่ไม่ได้ก้าวเข้าไปในโรงพยาบาลเลยน้อง คือเราจะเรียนรวมกับคณะอื่น ซึ่งปี1 นี้เป็นปีที่สนุกสนานมากทีเดียว เพราะวิชาของปี1 เนี่ยมันเป็นวิชาพื้นฐาน พวกภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชีวิต ศาสนา เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่วิชาเฉพาะของคณะเรา เราก็ไม่ซีเรียสน้อง เรียนก็เรียน เหนื่อยก็พัก แต่พักเยอะหน่อย ^^” และเราก็จะมีเพื่อนต่างคณะเยอะแยะมากมาย เราก็ได้มีชีวิตอิสระอย่างมีความสุข ไม่รู้หรอกน้องว่าอนาคตต้องเจอกับอะไร เวลาใครมาบอกว่า เอ้า น้องว่าที่หมอนี่ เรียก คุณหมอๆ ก็รู้สึกดีอ่ะน้อง แต่ไม่ใช่…มันยังไม่ใช่ มันมีอะไรรออยู่ ฝันไปเถอะจะได้เป็นกันง่ายๆ
   พอขึ้นมาปีสองเนี่ยคือจุดเริ่มต้นของชีวิตจริงเลย เราจะเริ่มเรียน biochemistry genetic reproductive ฯลฯ พวกเนี้ยอะน้อง ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะของคณะเรา มีการตัดเกรดกันด้วยการ “อิงกลุ่ม” ซึ่งก็หมายความว่าถ้าเพื่อนน้องเหนื่อยแล้วน้องสบายเนี่ย อีกไม่นานน้องก็จะเหนื่อยละ เพราะเค้าจะหาค่ากลางมาจากคนทั้งคณะ แล้วก็ลิขิตชีวิตเราว่า เราเป็นบุคคลผู้ผ่านมีน หรือบุคคลผู้ไม่ผ่านมีน ซึ่งคนสองกลุ่มนี้จะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันมาก บางทีแค่คะแนนเดียวทำน้ำตาแทบไหลน้อง และนั่นคือความสนุกของการเรียนละ ตอนที่คะแนนออก เพราะมันสอบบ่อยมาก สอบเป็นว่าเล่น บางทีสอบทุกสองอาทิตย์ แล้วที่ต้องอ่านไม่ใช่น้อยๆ เพราะฉะนั้นถ้าน้องมีเพื่อนเรียนหมอ แล้วมันบอกไม่มีเวลา ก็จงเชื่อมันเถอะน้อง ในปีสองนี้เราจะได้เรียนกับอาจารย์ใหญ่ ไม่ต้องตกใจไปน้อง ที่น้องกลัวมันแค่ตอนเริ่มต้น อย่าลืมนะ ถ้าเค้าหาคนอาสาว่าใครจะไปรับร่างอาจารย์ใหญ่ให้รีบยกมือเลย แล้วจะสำนึกบุญคุณเป็นล้นพ้นเลยน้อง วันที่พี่ไปรับร่างมาจากมหิดลนะน้อง ไปกับรถขน เห็นครั้งแรกหัวเราะทั้งน้ำตา
   แต่พอเรียนไปเราก็จะเริ่มชิน เราจะจำได้ว่าสิ่งใดมาจากอาจารย์ใหญ่ของเรา เราจะเกิดความลึกซึ้งผูกพันกับ “ท่าน” ที่นอนอยู่ตรงหน้าเรามาก เพราะเราจะมีโอกาสได้เจอท่านอาทิตย์ละสามครั้ง ครั้งนึงสี่ห้าชั่วโมง แต่บรรยากาศตอนเรียน กับตอนที่ไม่มีคนอยู่ในห้องนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นถ้าดันลืมของไว้เนี่ยก็ต้องเอาเพื่อนไปด้วยจะดีกว่า ช่วงปีสองปีสามนี้ชีวิตจะคล้ายคลึงกัน ต่างกันตรงที่ว่าปีสามเนี่ยมีเรื่องการสอบ National license เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่อธิบายมากดีกว่า มันอนาคตเกินไปเนาะ ตอนพี่อยู่มอหกพี่ก็คิดแค่อยู่ตรงหน้าแค่เอนท์ก็จะตายแล้วน้อง แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ มันคือจุดเริ่มต้นต่างหาก ในส่วนของ National license เนี่ย ก็คือการสอบเพื่อให้ทำงานเป็นแพทย์ที่ถูกต้องตามกฏหมายได้น้อง เพราะฉะนั้นเราจะเครียดมาก เหมือนกับ เอนท์อีกรอบ เพื่อนพี่มันบอกว่าหนักกว่าเอนท์อีก นานาจิตตังครับ แต่พี่ก็รอดตัวมาได้อีกครั้งด้วยคะแนนฉิวเฉียด ช่วงปีสองปีสามเนี่ยเป็นช่วงที่นิสิตแพทย์มศว จะเรียนอยู่ที่ ประสานมิตร แถวอโศกอะน้อง และก็จะเรียนเช้า กลับเย็น ทำให้วันๆ ไม่เจอใครเลย เจอหน้ากันเองจนเบื่อกันไปเลย
   ส่วนชั้นปีที่สี่เนี่ย ก็จะได้กลับมาที่องครักษ์ อีกครั้งนึง ซึ่งจะได้ปฏิบัติงานบนวอร์ดต่างๆ ต้องราววอร์ด ทำรายงาน เข้าเวร ซึ่งต้องอาศัยความรับผิดชอบและความรักในงานที่ทำมากๆ เพราะเราจะได้รับการประเมินจากรุ่นพี่ ทำให้รู้สึกว่าถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ส่วนของปีห้าปีหกก็จะคล้ายๆ กับปีสี่ แต่จะหนักขึ้น คือปีหกเนี่ยเราก็จะเป็นหมอน้อยๆ ที่อยู่ในอ้อมกอดของพี่หมอรอเวลาที่จะได้ออกไปโบยบิน ซึ่งในอ้อมกอดของพี่เนี่ย ไม่ใช่เหนื่อยธรรมดา คือเหนื่อยโคตร(จากปากคำของรุ่นพี่ ที่ย้ำให้ฟังทุกวัน) ต้องอยู่เวรข้ามคืน น้องลองนึกดูนะ เริ่มทำงานตีห้าครึ่ง ทำงานวิ่งไปวิ่งมา(ขอเน้นว่าวิ่ง จริงๆ วิ่งจนตัวเหม็น) ใช้สมองตลอดเวลา ไม่ได้กินข้าวเช้า ได้กินข้าวตอนกลางวันสิบห้านาที วิ่งออกมาทำงานต่อ ทำงานเขียนนู่นเขียนนี่ ไปตรงโน้นตรงนี้ แล้วคนในรพ.นะน้องเอ๋ย ร้อยพ่อพันแม่ มีดีใจสุดๆ จนถึงโกรธสุดๆ ไม่ได้เจอกับตัวไม่รู้หรอก แล้วตอนกลางคืนก็ต้องผวาทุกครั้งที่โทรศัพท์ดัง สมมุติว่าได้นอนตอนตีสาม ตีห้าครึ่งน้องก็ต้องตื่นมาทำงานต่อจนถึงห้าโมงเย็น หรือบางครั้ง ทุ่มนึงของอีกวัน น้องอาจจะคิดว่า โม้รึเปล่า พี่บอกได้แค่ว่า…ก็ลองดู ^^
   น้องคงได้คอนเซปต์เล็กๆ น้อยๆ ไปประกอบการตัดสินใจแล้วนะ ทีนี้ ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคตเถอะน้อง อย่าไปคิดมาก นอนเยอะๆ อ่านเยอะๆ กินเยอะๆ ขอให้ทุกๆ คนได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนสมดังตั้งใจทุกคนครับ (>@<)// ~fighttt!!!











AuI_YoYo

  • บุคคลทั่วไป
Re: แนะนำเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาแพทย์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 08 พฤศจิกายน 2010 | 02:25:16 PM »
ขอบคุณที่มาเล่าประสบการณ์ให้อ่านนะคะ

หวังว่าพี่จะได้เป็นคุณหมอที่ดีในอนาคตนะ  ;)

pimlada

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 1
  • ขอบคุณ: 0
Re: แนะนำเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาแพทย์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2010 | 01:07:27 AM »
อื้มมม  ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องเล่าดีๆ

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top