ผู้เขียน หัวข้อ: ทำบุญใหญ่ ควรอธิษฐานอย่างไรให้คุ้มที่สุด?  (อ่าน 1297 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ทำบุญใหญ่ ควรอธิษฐานอย่างไรให้คุ้มที่สุด?

ทำบุญใดแล้วสุขนาน นึกถึงเมื่อไหร่ก็สุขเมื่อนั้น
ให้สันนิษฐานว่าบุญนั้นเป็นบุญใหญ่
ยิ่งถ้ามีกำลังปีติแรง ก็เป็นไปได้ว่าบุญนั้นจะให้ผลเร็ว
กล่าวคือ มีผลกับโลกภายในทันตา

การอธิษฐานหลังทำบุญใหญ่
คือการกำหนดทิศทางว่าจะให้บุญใหญ่นั้น
ช่วยส่งผลหรือสนับสนุนให้เกิดรูปชีวิตแบบไหน
คล้ายกับคุณเพาะกายด้วยความตั้งใจว่า
จะเอากำลังกายและกล้ามเนื้อที่เพาะไว้ไปใช้ทำอะไร
แบกหามของหนัก ขึ้นเวทีประกวด
เอาไปแสดงหนัง หรือเอาไว้ช่วยคน ช่วยตัวเองยามลำบาก

ในทางพุทธ
ไม่มีสิ่งใดประเสริฐไปกว่าการได้อยู่บนทางพ้นทุกข์
เพราะบนทางพ้นทุกข์ มีทุกสิ่งรวมอยู่ในนั้นแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตด้วยการอยู่กับพ่อแม่ดีๆ
การมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ไม่ขาดพร่อง ไม่อดอยากหิวโหย
การมีผู้คนแวดล้อมที่จิตใจงดงาม ไม่คิดคดทรยศกัน
การมีคู่ครองที่ช่วยกันปัดเป่าทุกข์ ไม่ใช่ช่วยกันทำลายสุข
ตลอดจนการไปถึงซึ่งสถานที่อันวิเวก
เหมาะกับการเจริญสติเจริญธรรมเมื่อถึงเวลาเหมาะสม

ฉะนั้น เมื่อทำบุญใหญ่ใดๆก็ตาม
การอธิษฐานที่คุ้มที่สุด ไม่น่าจะเป็นการวอนขอลาภยศ
ไม่น่าจะเป็นการโลภเอาเงินทองของต้องใจ
ไม่น่าจะเป็นการเรียกร้องเอาเนื้อคู่มาอยู่ครอง
แต่ควรเป็นการกำหนดทิศทางก่อกรรมให้ตนเอง
เมื่ออยู่ในทิศทางก่อกรรมอันประเสริฐ เป็นไปเพื่อพ้นทุกข์
สิ่งที่ได้คือรูปชีวิตอันเป็นสุขโดยรวม
ไม่ใช่การได้ข้าวของไม่กี่ชิ้น หรือผู้คนไม่กี่หน้า

เมื่อรู้สึกถึงน้ำใจในการให้
ควรอธิษฐานให้ตัวเองคิดมีน้ำใจ
ไม่ดูดาย อยากช่วยเหลือผู้คนได้เองนับแต่นี้ไป

เมื่อรู้สึกถึงความผ่องแผ้วทางใจ
ควรอธิษฐานให้ตัวเองใฝ่ใจในทางที่จิตจะสะอาด
ไม่เดือดร้อนกับการทำผิดบาป
มีความตั้งมั่นเป็นสมาธิง่ายนับแต่นี้ไป

เมื่อรู้สึกถึงความรู้เหตุรู้ผลในการให้
ว่าตั้งใจให้ด้วยความปรารถนาอนุเคราะห์
ควรอธิษฐานให้ตัวเองเป็นผู้มีเหตุมีผล
มีสติที่เจริญ กระทั่งสามารถออกจากทุกข์ได้ตามพระพุทธเจ้า

สรุปคือ ควรอธิษฐานจากบุญอันเป็นตัวตั้ง
เช่น ขอให้ความสามารถในการสละความตระหนี่ครั้งนี้
มีผลให้สามารถสละความตระหนี่ครั้งต่อๆไป
จนกว่าจะละได้ถึงความหวงการมีตัวตนในจิตในใจให้ขาด
เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในกาลข้างหน้า
การอธิษฐานขอให้เกิดผลทางใจเป็นสิ่งที่ประจักษ์ได้ทันตา
ส่วนการอธิษฐานขอให้เกิดผลภายนอกนั้น
ไม่รู้ว่าจะบังเกิดผลเมื่อใดแน่
อีกประการหนึ่ง ของดีๆภายนอกอธิษฐานเดี๋ยวก็หมดกำลังส่ง
แต่ของดีๆภายในจิตในใจนี้แหละ ที่จะเซฟตัวเองได้
เป็นนิสสัยปัจจัยให้พัฒนาตัวเองยิ่งๆขึ้นไปตามลำดับ
ตราบเท่าเข้าถึงพระนิพพาน

— ทำบุญสร้างโรงพยาบาล —
ปิดบัญชีรับบริจาคในเช้าวันที่ ๒ มิย. ๕๗
http://on.fb.me/1gPKopl

— แนะนำหนังสือ
ชื่อหนังสือ: ณ มรณา
อ่านฟรีที่: http://dungtrin.com/namorana
สั่งซื้อออนไลน์: เล่มละ ๒๙ บาท http://bit.ly/1ejeCni
ดูวิธีสั่งซื้ออย่างละเอียดได้ที่ http://bit.ly/1iISnJz

- หมายเหตุ -
เนื้อหาในสเตตัสเป็นงานเขียนใหม่ในแต่ละวัน
ไม่มีอยู่ในหนังสือที่ประชาสัมพันธ์

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin











ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
Re: ทำบุญใหญ่ ควรอธิษฐานอย่างไรให้คุ้มที่สุด?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2014 | 11:24:48 AM »
ถาม : อาการปีติเป็นอย่างไรคะ

ตอบ : เหมือนตอนดีใจได้ของขวัญสมใจ แต่ถ้าเป็นปีติที่อยู่ในสมาธิ จะมีความชุ่มฉ่ำสม่ำเสมอ ไม่ใช่ฉีดซ่านแล้ววูบหายเหมือนดีใจธรรมดาครับ

ถาม : เวลาทำบุญแล้วไม่ค่อยมีปีติง่ายๆเหมือนคนอื่นน่ะค่ะ เห็นเพื่อนที่ไปด้วยกันหรือคนที่ทำบุญแบบเดียวกันเค้าดูดีใจอิ่มบุญมาก แต่เรารู้สึกว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งดีแต่ก็ไม่ได้มีปีติอะไร เพราะอะไรคะ? อีกเรื่องคือ เวลาภาวนา ถึงเราจะเพียรทำเรื่อยๆแต่เราไม่ค่อยสงบ อย่างนี้จะได้บุญบ้างไหมคะ จริงๆคืออยากทราบว่าเวลาทำบุญอะไร บุญจะได้มากน้อยขึ้นกับปีติที่เกิดขึ้นหรือเปล่า ถ้ามีปีติน้อยคือได้บุญน้อยหรือเปล่าน่ะค่ะ

ตอบ : ปีติเกิดจากการที่อยากสงเคราะห์แล้วสงเคราะห์สำเร็จครับ แต่จะปีติน้อยหรือปีติมาก บุญที่ทำสำเร็จก็เกิดขึ้นอยู่ดี ติดตามเราเป็นเงาไปอยู่ดีครับ

ถาม : เคยได้ยินมาว่า ผู้ที่จะเข้าถึงโลกุตรนิพพานได้ จะไม่ติดดี-ติดชั่ว เพราะหากติดดี ก็จะทุกข์แบบคนดี อะไรประมาณนี้ ไม่ค่อยเข้าใจว่าจะเป็นลักษณะไหน หากทำบุญ ความรู้สึกจะเป็นเช่นไรคะ

ตอบ : เริ่มต้นต้อง ‘ติดใจ’ ในการทำดี กระทั่ง ‘จิตดี’ พอจะเจริญสติเห็นความไม่เที่ยงแม้ภาวะที่เป็นกุศล ภาวะสว่างอันเป็นบุญ เมื่อนั้นจึงเลิก ‘ติดดี’ อย่างที่สำนวนพระพุทธองค์ท่านว่า ‘ลอยบุญลอยบาป’ เสียทั้งหมดได้ จึงสงบจากการปรุงแต่ง หมดเหตุปรุงแต่งแม้ปุญญาภิสังขารให้ต้องมีวิญญาณอุบัติอีกครับ

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top