ผู้เขียน หัวข้อ: ฐานะของสมณะที่มีต่อผู้ปกครอง  (อ่าน 1353 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ฐานะของสมณะที่มีต่อผู้ปกครอง
« เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2014 | 10:50:18 AM »
อำนาจเป็นใหญ่ในโลก
มนุษย์และสัตว์ที่มีอำนาจมาก
ล้วนอยากเป็นใหญ่ที่สุดในโลก
จะได้เป็นฝ่ายปกครองคนอื่นตามที่ใจตนนึก
ส่วนมนุษย์และสัตว์ที่มีอำนาจน้อย
ล้วนอยากมีอำนาจให้มากขึ้น
จะได้ไม่ถูกรังแกตามอำเภอใจของคนอื่น

ในอิสสรสูตร มีผู้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า
"อะไรเป็นใหญ่ในโลก?"
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
"อำนาจเป็นใหญ่ในโลก"

เมื่อจะดูว่าพระพุทธเจ้าตรัสถึง ‘อำนาจ’ ว่าอย่างไร
จะเห็นว่าในพระไตรปิฎกมีเรื่องเกี่ยวกับอำนาจมากมาย
ไม่เฉพาะอำนาจการปกครองเสมอไป
เช่น อำนาจแห่งความงามและกิเลสตัณหาทำให้คนตาบอด
อำนาจราคะ โทสะ โมหะ เข้าครอบงำทำให้บังเกิดความฉิบหาย
คนเราสามารถรักษาโรคด้วยอำนาจสมาธิ ฯลฯ
สรุปคือ ‘อำนาจ’ หมายถึงสิ่งที่ควบคุม ครอบงำ
ตลอดจนปัดเป่าสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์กับตนให้หายไปได้
ไม่ว่าปฏิปักษ์นั้นจะเป็นไปในทางดีหรือทางร้าย

ดังนั้น ถ้าจะจำแนกเรื่องของอำนาจกันให้ดี
ก็ต้องบอกว่า มีทั้งอำนาจทางโลก และอำนาจทางธรรม

อำนาจทางโลก คืออำนาจการปกครองความคิด
คำพูด ตลอดจนการกระทำของคนอื่น
ผู้ใดปกครองคนอื่นได้ ผู้นั้นสมควรได้ชื่อว่าผู้ปกครอง

ส่วนอำนาจทางธรรม คืออำนาจปกครองกิเลสในตน
ไม่ให้คิด ไม่ให้พูด ไม่ให้ทำผิดศีลผิดธรรม
ผู้ใดปกครองกิเลสในตนได้ ผู้นั้นสมควรได้ชื่อว่าสมณะ

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติบอกเราว่า
คนในโลกนับถือสมณะมากกว่าผู้ปกครอง
เพราะแม้แต่ผู้ปกครองก็ยังต้องกราบไหว้สมณะ

การปกครองต้องเล่นเกมชิงอำนาจ
และเกมชิงอำนาจไม่เคยต้องการคนดี
มีแต่ต้องการคนใจถึง
ต้องการคนพร้อมจะทำอะไรร้ายๆเมื่อใดก็ได้
เพื่อเป็นที่น่าเกรงขาม ไม่ให้คนอื่นกล้าต่อกรด้วย

ส่วนการเป็นสมณะนั้น ต้องการคนดีพอจะปกครองกิเลสตน
เพื่อเป็นความผ่องแผ้วให้คนอื่นสัมผัส
ให้คนอื่นรู้สึกอบอุ่น รู้สึกเป็นสุข
รู้สึกว่าจิตถูกบันดาลให้เกิดความเป็นกุศลได้ง่ายๆ
เพียงแค่พบเจอ หรือพูดคุยสัมผัสใกล้ชิด

ใครก็ตามที่ปกครองกิเลสตนได้ หรือชนะกิเลสตนได้
จึงมักครองใจผู้อื่นได้ ไม่เป็นที่ครหา ไม่ถูกด่าว่าหรือสาปแช่ง

ยิ่งมีสมณะมากขึ้นเท่าไร
พระพุทธศาสนายิ่งอยู่รอดปลอดภัย
สืบสายไม่ขาดได้นานขึ้นเท่านั้น
แต่ยิ่งมีผู้ปกครองในคราบสมณะมากขึ้นเท่าไร
พระพุทธศาสนายิ่งตกอยู่ในอันตราย
มีสิทธิ์ขาดสายหายหนได้เร็วขึ้นเท่านั้น

สมัยที่ไทยถูกรุกรานเมื่อหลายร้อยปีก่อน
มีสมณะผู้รักชาติมากมายเสียสละตนด้วยการถอดจีวรมาจับดาบ
สึกก่อนรบ ไม่ใช่รบขณะบวช
ผู้คนจึงยกย่องได้สนิทใจว่าพวกท่าน
รักษาศีลขณะเป็นพระ และรักษาชาติขณะเป็นนักรบ
เป็นเรื่องต่างกรรม ต่างวาระ ต่างสถานะ ต่างภาพลักษณ์
ไม่ทำให้ผู้นับถือเกิดความตะขิดตะขวงว่าจะเอาอย่างไรแน่

ผู้ปกครองอาจนับถือสมณะ
แต่เมื่อสมณะแสดงตนว่ามาข้องเกี่ยวกับเกมชิงอำนาจ
ผู้ปกครองจะไม่มองว่าเป็นสมณะอีกต่อไป
แต่จะมองเป็นแต้มต่อ เอาไว้ดึงศรัทธาคนมาใช้
หรือไม่ก็มองเป็นศัตรูร้ายที่ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู
เหมือนเช่นที่พระในพม่า ซึ่งมีสถานภาพสมณะดีที่สุดแห่งหนึ่ง
พอลงมาต่อต้านรัฐบาลทั้งยังครองผ้าเหลือง
คนในรัฐบาลก็ไม่เห็นเป็นสมณะ
แต่เห็นเป็นศัตรูกับรัฐบาล และมีความชอบธรรมที่จะยิงทิ้ง
ไม่ต่างจากประชาชนในปกครองคนหนึ่ง

เมื่อสมณะแสดงตนว่าเข้าฝ่ายผู้ปกครองข้างใด
ผู้ปกครองฝ่ายตรงข้าม หรือหมู่ชนข้างปฏิปักษ์
ก็จะไม่มีความคิดสรรเสริญให้ แต่จะมีความคิดด่าทอขึ้นมาแทน
และในสายตาของฝ่ายตรงข้าม ภาพพระจะเปลี่ยนเป็นภาพมารทันที

ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ ทุกคนจึงเห็นตรงกันด้วยสามัญสำนึกว่า
ถ้าสมณะมีความรักชาติ อยากมีส่วนช่วยชาติ
แม้ใจจะเอนเอียงเข้าข้างใด
ก็ควรรักษาบทบาทไว้ให้ปรากฏเป็นกลาง
กับทั้งรู้จุดแข็งอันเป็นที่สุดของตนเองว่า
ควรอยู่ในฐานะสอนผู้ปกครอง เป็นที่นับถือของผู้ปกครอง
ไม่ใช่ลงไปอยู่ในฐานะเดียวกับผู้ปกครอง
ไม่เข้ามาเล่นเกมของผู้ปกครอง หรือกระทั่งเป็นเบี้ยให้ผู้ปกครอง

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin











ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
Re: ฐานะของสมณะที่มีต่อผู้ปกครอง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2014 | 10:51:34 AM »
ถาม : การที่เราโดนผู้มีอำนาจพูดจาข่มเหงหรือพูดจาเสียดแทง จึงจะพยายามดูตัวเองบ่อยๆเพื่อไม่ให้เกิดอารมณ์โกรธ ทำได้หลายครั้งแต่รู้สึกไม่สบายเหมือนอึดอัด แต่ก็เลือกที่จะรู้สึกแบบนี้มากกว่าการสวนกลับไป แสดงว่าเรากำลังทำผิดวิธีใช่ไหมคะจึงรู้สึกเหมือนแค่ข่มความโกรธเอาไว้ แต่หลังจากข่มไปอีกสักพักถึงจะรู้สึกเบาและหายไปค่ะ

ตอบ : ตอนที่รู้สึกเบา รู้สึกว่าความโกรธหายไป ถ้าเราพิจารณาว่านั่นเราเห็นแล้ว รู้แล้วว่าความโกรธไม่เที่ยง ก็จะเป็นจุดสังเกตที่ถูกต้องให้เกิดทิศทางการเจริญสติที่ถูกต้องยิ่งๆขึ้น สติคมยิ่งๆขึ้นไปเองตามลำดับครับ อย่าไปเอาผิดเอาถูกตอนเริ่ม แต่ให้ดูผลดีกว่าว่าเราเห็นความไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตนบ้างสักนิดไหม ถ้าใช่ ก็โอเคเลย มาถูกทางแน่แล้ว

ถาม : คนเราถ้าคอยคิดเยอะๆลึกๆตลอดเวลาเรื่องชีวิต จะทำให้เราทำกิจกรรมอะไร หรือคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆได้น้อยลงมั้ย พื้นที่สมองก็มีแค่นี้ โลกจะเจริญ ทางธรรมอย่างเดียวพอมั้ย คิดเล่นๆนะคะ

ตอบ : ทั้งคิดน้อยไป และคิดมากไป ในที่สุดจะไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องคิดไม่ลึก ไม่ตื้น ไม่มาก ไม่น้อย แต่พอดีให้ทำได้จริง ก็จะเจริญทั้งทางโลกและทางธรรมครับ

คำถามจึงเป็นว่า คิดพอดีอยู่ตรงไหน? คำตอบคือ พอดีที่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจผลักดันมือไม้ให้เคลื่อนไหว และพอดีพอที่จะไม่ต้องเบียดเบียนตน เบียดเบียนท่าน ตามความถนัดของแต่ละคน

ถาม : หนูเป็นคนที่เพิ่งจะเริ่มการปฏิบัติธรรม หนูจึงอยากให้ช่วยแนะนำสถานที่ที่จะไปเข้าปฏิบัติธรรมที่เหมาะแก่ผู้ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติค่ะ

ตอบ : ถ้าเข้าใจพื้นฐานที่พระพุทธเจ้าประทานไว้ล่วงหน้า จะไปไหนก็ตัดสินได้ถูกหมดครับว่าเหมาะกับเราไหม ตรงกับจุดประสงค์ของพระพุทธเจ้าไหม

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top