ผู้เขียน หัวข้อ: พลังอธิษฐาน ‘ขอไม่เจอกันอีก’ ของคู่รัก  (อ่าน 6534 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
พลังอธิษฐาน ‘ขอไม่เจอกันอีก’ ของคู่รักส่วนใหญ่อ่อนแอ
แพ้พลังผูกมัดอันเกิดจากแรงแค้นเข้มข้นที่ช่วยกันก่อ

คู่รักที่จบไม่สวย มักสาปส่ง
อยากทำพิธีกรวดน้ำคว่ำขัน ขอรักกันชาติเดียว
ไม่ต้องมาเหลียวแลกันอีก
ประเภทนี้มักเอาแต่จ้องไปในอนาคตด้วยความเชื่อว่า
จะไม่มีภาพ ‘ชาติหน้า’ ร่วมกันอีก
แต่หาได้สำรวจเข้ามาข้างในว่าขณะนี้
‘ชาตินี้’ ยังมีความคาใจอยู่แค่ไหน

ถ้าชาตินี้ เดี๋ยวนี้ ยังคงขุ่นข้องคาใจ
จะกรวดน้ำคว่ำขัน หรือบอกเทวดาว่า
‘จะไม่ขอเจออีก’ ให้ดังลั่นฟ้าแค่ไหน
อย่างไรก็ต้องเจออีกอยู่วันยังค่ำ เพราะสายใยมันยังอยู่ชัดๆ

กรรมที่ร่วมกันอยู่ ร่วมกันกิน
ก่อพลังผูกพันขึ้นมาเสมอ
และพลังผูกพันอันลี้ลับก็มีอยู่หลายรูปแบบ
จับต้องไม่ได้ แต่ยึดเหนี่ยวใจไว้ต่อกันให้รู้สึกได้

พลังอธิษฐานเดี๋ยวเดียว
อย่างไรก็แพ้พลังทะเลาะทุกวัน
แพ้พลังเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันแรมปี
แพ้พลังที่เคยทำดีทำร้ายใส่กันมาตลอดเส้นทาง
แต่ความไม่รู้ทำให้ตั้งใจคิดอธิษฐานขอไม่เจออีกเลย
ซึ่งก็จะทำให้รูปแบบความสัมพันธ์
ทั้งปัจจุบันและอนาคต เกิดความซับซ้อนขึ้นไปอีก
เจอกันแล้วรู้สึกผูกพัน คุ้นเคย เดี๋ยวนึกรัก เดี๋ยวนึกเกลียด
เดี๋ยวอยากอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวเหม็นขี้หน้าไม่อยากเจอ
เดี๋ยวอบอุ่นใจ เดี๋ยวหนาวสันหลัง เอายังไงแน่บอกไม่ถูก

ความไม่รู้ว่าคิด พูด ทำ อย่างไร จะได้ผลอย่างไรตามมา
คืออวิชชาชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งที่น่ากลัว
พระผู้รู้แจ้งในกฎแห่งกรรมวิบากท่านตรัสไว้ว่า
จะล้างกรรมเป็นอโหสิบริสุทธิ์มีทางเดียว
คือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งคู่ ดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน
มิฉะนั้นแล้ว ถ้าเคยสร้างบุญสร้างบาปไว้ด้วยกัน
อย่างไรก็ต้องพบต้องเจอกันอีกแน่ๆ ไม่ช้าก็เร็ว
ส่วนจะเจอดีหรือเจอร้าย
ก็สุดแท้แต่สายใยบุญบาปจะบันดาล

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin











ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
Re: พลังอธิษฐาน ‘ขอไม่เจอกันอีก’ ของคู่รัก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 28 มกราคม 2014 | 01:08:18 PM »
ถาม : การอโหสิให้คู่เวร เพื่อที่เขาจะบวช แล้วเราร้องไห้ จะมีผลอะไรมั้ยคะ

ตอบ : ขึ้นอยู่กับร้องไห้เพราะอะไรด้วยครับ
ถ้าตื้นตัน จิตเป็นกุศลนำ ผลคือละลายเวรได้แรง

ถาม : แล้วถ้าร้องไห้เพราะภาพเก่า ๆ ในอดีตเข้ามาในใจล่ะคะ

ตอบ : บุญที่ไปร่วมงานบวช
จะทำให้เกิดความฝังใจในสัมพันธภาพแน่นหนาขึ้นครับ
คิดถึงภาพดีๆ สายสัมพันธ์จะดีขึ้น
คิดถึงภาพร้ายๆ สายสัมพันธ์จะแย่ลงไปอีก

ถาม : แล้วถ้าเป็นการสื่อผ่านทางตัวหนังสือ มันจะมีน้ำหนักเท่ากันรึเปล่าคะ

ตอบ : ไม่ขึ้นอยู่กับสื่อ
แต่ขึ้นอยู่กับว่าใจเรารู้สึกถึงการบวชของเขาได้แน่นหนาแค่ไหนครับ

ถาม : การอโหสิที่ไม่ได้มาจากใจจริงๆ ไม่มีผลอะไรใช่ไหมคะ

ตอบ : มีผลครับ
มีผลให้สับสนตัวเอง ไม่เข้าใจตัวเอง
ผูกเป็นปมซับซ้อนยิ่งๆขึ้น

ถาม : มีวิธีแนะนำให้เราให้อโหสิคนที่ไม่ถูกกับเราแบบจริงๆไหมคะ คิดว่าที่ผ่านมาคงพูดแต่ปากนะคะว่าอโหสิให้ แต่ลึกๆรู้ตัวเองค่ะว่ายังไม่ใช่ คือไม่อยากผูกเวรผูกกรรมกันอีกต่อไปไม่ว่าภพไหนน่ะค่ะ

ตอบ : ทำกับคู่เวรโดยเฉพาะนั้น ไม่เวิร์กหรอกครับ
ต้องทำกับสัตว์โลกไม่มีประมาณ
คือแผ่เมตตาแบบไม่เลือกหน้า
ให้ทานแบบไม่มีเงื่อนไขเอาสิ่งตอบแทน
แล้วใจจะแผ่ออกในลักษณะปลดปล่อยของเสียทั้งหมดทิ้งได้
แม้ไม่คิดอธิษฐานหรือพร่ำว่าอภัยนะๆ
ใจก็อยากปล่อย อยากวาง ไม่อยากเอาเรื่องเองจริงๆอยู่แล้ว

ถาม : แล้วถ้าไม่อยากเจอ ไม่อยากพบ ต้องทำไงคะ

ตอบ : ทางกรรม ไม่มีใครรู้วิธีหรอกครับ
เพราะกรรมเขาเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่คนเราคะเนเดาเอา
ว่าทำอย่างนั้นทำอย่างนี้แล้วจะเวิร์ก
ขนาดผู้มีอภิญญา ยังดูได้แค่ชาติสองชาติว่า
สร้างเหตุไปสู่ภพภูมินั้นภพภูมินี้แล้วอีกฝ่ายจะตามไม่ทัน
แต่หลังจากนั้นเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นอนันตชาติ
ไม่มีใครพยากรณ์ได้เท่ากฎแห่งการเหวี่ยงของกรรม
ว่าจะให้มาเจอกันอีกเมื่อไร

แต่ในทางธรรมปฏิบัติ
พระพุทธเจ้าท่านรู้แจ้งครับ
เข้านิพพานเมื่อไหร่ ไม่ต้องเจอกันอีกแน่ๆเมื่อนั้น
หรือเจอ ก็เจอในแบบที่ไหลไปรวมกันในมหาสมุทรแห่งความว่าง
ไม่ต้องรบ ไม่ต้องปะทะกันอีกแล้ว

ถาม : หนูไม่อยากพบอยากเจอคนคนนึง ทั้งชาตินี้และชาติหน้า แต่ก็มีเหตุให้ต้องพบเจอกันเรื่อยมา มีคนบอกให้หนูอโหสิกรรมให้เค้า จะได้มิต้องพบเจอกันอีก หนูอยากทำ แต่ทำให้ไม่ไหวจริงๆค่ะ กับคนที่เค้าขับรถชนแม่หนูตาย เค้าคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่มีตัวตน หนูไม่เข้าใจ คนทำผิดลอยหน้าลอยตาในสังคม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เค้าทำได้ไง หนูพยายามแล้วที่จะอโหสิ แต่ทำไม่ไหวกับคนที่ไม่เคยรู้สึกผิด

ตอบ : เข้าใจครับ บางเรื่องกับบางคน
อย่างไรก็ให้ใจปล่อยไม่ไหวจริงๆ
คงได้แต่ค่อยๆรับรู้และศึกษาไปว่า
การทำใจไม่ได้นี่แหละ
ต้นเหตุของจริงที่ทำให้เราไม่ขาดจากเวร
อย่างน้อยเมื่อมีความเข้าใจ
ก็จะเกิดการยอมรับตามมา
เท่านี้ก็พอจะทำให้ทุเลาเบาบางลงได้บ้างแล้ว
เพราะความเข้าใจคือปัญญา
ปัญญาคือสติ ไม่ว่ามากหรือน้อย ก็เรียกว่าสติครับ

ถาม : คนที่สามารถรู้อดีตชาติของตนเองได้ถือว่ามีบุญใช่ไหมคะ

ตอบ : คนที่รู้อดีตของตัวเองได้ จัดว่ามีบุญครับ ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องเถียงกับใครว่าที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอก

ถาม : สรุปคือต้องอโหสิทุกวัน หรือทุกการกระทำของเขาที่เราไม่ชอบเลยหรือคะ ต้องไม่โกรธ ไม่แค้น ปล่อยวาง แล้วแต่เขาจะทำอะไร เราก็นิ่งเฉยหรือคะ

ตอบ : ทำในสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ดูดาย แต่ก็ไม่อาฆาต ทำยาก แต่ทำได้ ถ้ามีต้นทุนความสุขอยู่กับใจในแบบของพุทธครับ

ถาม : ไม่ทราบว่ามีบทความเก่าที่ อ. เคยเขียนเกี่ยวกับอโหสิกรรมรึเปล่าคะ

ตอบ : ลองกูเกิ้ลดูคำว่า ดังตฤณ อโหสิกรรม นะครับ มีเยอะอยู่

ถาม : เลิกกันแล้ว อยากตัดขาดจากกันจริงๆ ต้องอาศัยจิตใจที่ตั้งมั่นและบริสุทธิ์ในการให้อภัย และสวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้เป็นสุขใช่มั้ยคะ

ตอบ : หากก่อความสว่างทางใจขึ้นได้มากพอ
อย่างไรก็ขับไล่ความมืดที่น้อยกว่าได้แน่นอนครับ

ถาม : ถ้าเราอโหสิกรรมได้บริสุทธิ์จริงๆ แล้วเราจะรู้สึกอย่างไรคะ

ตอบ : อาการประมาณว่า จำได้ แต่ไม่คิดถึง
มองเห็น แต่ไม่รู้สึกแย่
เขาจะได้ดีได้ร้าย ก็ไม่ยินดียินร้าย
เห็นแต่ว่าเขาทำอย่างไร ก็ได้รับผลที่สมควรอย่างนั้น
นั่นแหละครับ อโหสิได้อย่างบริสุทธิ์

ถาม : ถ้ารู้ว่าอาจหนีไม่พ้น จะชดใช้หมดในชาตินี้ เป็นทางออกที่ดีมั้ย

ตอบ : การชดใช้กรรมไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกครับ
ลองนึกง่ายๆ เราแค่ไปมองหน้าคนบางคน
เขาอาจเจ็บใจขนาดปรี่เข้ามาผลักอกหรือพูดจาหาเรื่องได้

บางทีมันขึ้นอยู่กับว่าเราหนีใคร เขาผูกใจตามแค่ไหนด้วย
หรือบางทีต่างคนต่างไม่มีอะไรทางใจกันแล้ว
แต่กรรมที่ทำร่วมกันอาจไม่ยอมก็ได้
ยังไงก็บังคับให้เกิดเหตุการณ์ต้องมาเจอกัน คบกันอีกอยู่ดี

ถาม : ถ้าสมัยก่อนเราเคยรักแฟนเก่ามาก แล้วเคยตั้งจิตอธิษฐานซ้ำๆ ขอให้ได้รักกันอยู่ด้วยกันทุกชาติ แต่มีเหตุให้เลิกรากันไป ตอนนี้มีสามีที่รักกันดี เราก็ไม่ใส่ใจกับแฟนเก่าแล้ว แอบดีใจที่เลิกรากันไปได้ จนเราได้เจอคนที่ดีกว่า (หรือสะใจ) แล้วคำอธิษฐานเมื่อก่อนจะยังมีผลมั้ยคะ

ตอบ : คำอธิษฐาน คือทิศทางให้จิตตั้งไป
แต่ในที่สุดก็เป็นแค่กรรมๆหนึ่งเท่านั้นครับ
จะคิดในใจหรือลั่นปากออกมาก็ตาม
ต้องดูด้วยว่าเทียบน้ำหนักกับกรรมอื่น
ที่ทำด้วยความคิดหรือคำพูดสวนทางหรือคล้อยตามการอธิษฐานแค่ไหนด้วย

ถาม : ใช้การอโหสิแทนได้ไหมคะ

ตอบ : การอโหสิให้ ก็คือกุศลกรรมครั้งหนึ่งของเราครับ
ทำให้ใจเราดีในสายสัมพันธ์ระหว่างกัน
แต่ไม่ได้ช่วยตัดกรรมสัมพันธ์ให้ขาดจากกันเลย

ขอตอบรวมๆสำหรับหลายๆท่านที่สงสัย
แม้จะทำบุญหนี ก็ไม่แน่ ไม่ประกันนะครับว่าจะขาดกันได้
ขนาดพระพุทธเจ้าไม่ได้จองเวรพระเทวทัต
พระเทวทัตเป็นฝ่ายจองเวรอยู่ข้างเดียว ยังได้มาจองล้างกันเลย

ถาม : ถ้าอยากเจอเขารักเขาทุกภพทุกชาติละคะ จะต้องทำยังไง

ตอบ : อ่านดูนะครับ
http://dungtrin.com/index.php?option=com_content&view=category&id=63%3Atrue-love-are-exist&Itemid=278

ถาม : ต่อไปนี้ ไม่ว่าจะโกรธจะเกลียดแค่ไหน ก็จะขออธิษฐานว่า "ขอให้เจอกันทุกชาติทุกภพ" พลังจะได้เข้มแข็ง

ตอบ : อ้า... อย่างนี้ก็ไม่ดีสิครับ
เวลาโกรธเกลียดกัน
ทางออกที่ดีที่สุดคือไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องชาติหน้า
ให้คิดแต่เรื่องชาตินี้ว่า
ทำยังไงจะถอนความโกรธเกลียดออกจากใจไปได้
ชาตินี้แหละที่จะทำให้เรา ‘เจอความรักในใจตนเอง’ ทัน

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top