ผู้เขียน หัวข้อ: ศัตรูหมายเลขหนึ่งของสมาธิ  (อ่าน 1309 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ศัตรูหมายเลขหนึ่งของสมาธิ
« เมื่อ: 10 มกราคม 2014 | 12:18:04 PM »
อาการวกวนร่ำร้อง คร่ำครวญ เรียกหาแต่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้
คือศัตรูหมายเลขหนึ่งของสมาธิ
ไม่ว่าจะผ่านมากี่วัด ไม่ว่าจะเที่ยวปฏิบัติไปกี่แห่ง
ตราบใดที่ยังโอดครวญเก่งอยู่
ตราบนั้นไม่มีทางที่จิตจะเป็นสมาธิได้เลย
เพราะความคร่ำครวญเสียดมเสียดายทั้งหลายแหล่
คือเมฆหมอกหนาทึบ บดบังจิตไม่ให้แจ่มใสเป็นสมาธิได้

หนึ่งในวิธีที่จะกำจัดอาการโอดครวญได้จริง
คือ ฝึกที่จะยอมเสียใจแวบเดียว
ให้เวลาตัวเองเสียดมเสียดายแค่ลมหายใจเดียว
ทิ้งลมหายใจเดิมเมื่อใด ให้ทิ้งอาการแย่ๆทางใจไปด้วย
ที่สำคัญ ห้ามยืดอายุอาการโอดครวญทางจิต
ด้วยการคร่ำครวญทางปาก
อย่าแสวงหาคนรับฟังคำบ่นระบาย
เพราะยิ่งเขารับฟังนานขึ้นเท่าใด
คุณยิ่งได้ที่ทำจิตให้พร่าเลือนนานขึ้นเท่านั้น

ฝึกให้ชิน รู้สึกถึงความเสียใจ ปิดปากไม่คร่ำครวญ
แล้วรุดหน้าต่อไปทำสิ่งที่ควรทำทันที
ถ้าทำได้สักสองสามครั้ง
ก็อย่าแปลกใจที่เกิดความก้าวหน้าทางสมาธิอย่างชัดเจน

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin











ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
Re: ศัตรูหมายเลขหนึ่งของสมาธิ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 10 มกราคม 2014 | 12:18:23 PM »
ถาม : "อย่าแสวงหาคนรับฟังคำบ่นระบาย เพราะยิ่งเขารับฟังนานขึ้นเท่าใด คุณยิ่งได้ที่ทำจิตให้พร่าเลือนนานขึ้นเท่านั้น" ถามด้วยความเคารพค่ะ ในประโยคนี้ถ้าพูดในทางจิตเวชไม่ว่าจะเป็นอาการผิดหวัง โทสะ ฯลฯ ถ้าไม่พูดหรือระบายกับคนใกล้ชิด จะเป็นการ "เก็บกด" หรือเปล่าคะ และเราจะแนะนำผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นอย่างไรดีคะ

ตอบ : ‘ได้ระบายบ้าง’ กับ ‘บ่นให้ฟังไม่รู้จบ’ นั้นแตกต่างกันมากครับ
เท่าที่ผมเห็นมา คนส่วนใหญ่ถือโทรศัพท์ไว้ในมือ
ก่อนโทร.หาใครหลังเลิกงาน ก็มีลักษณะความกลัดกลุ้มอยู่ก่อน
พอโทร.คุยได้ เหมือนสบายใจบ้าง
แต่ยิ่งนานก็ยิ่งขุดเอาโทสะและความเครียดเกี่ยวกับอดีตอนาคตออกมามากขึ้นทุกที
คุยจบก็เครียดต่อ ฟุ้งซ่านต่อ หรือกระทั่งขอโทร.กลับไปเพิ่มเติม
ไม่เห็นจะช่วยจริงสักเท่าใด

สรุปคือ การได้ระบายบ้าง คือการปลดปล่อยแรงเก็บกด
นับเป็นยาดีได้เหมือนกัน
แต่การบ่นให้ฟังไม่รู้จบ คือการซ้ำเติมตัวเอง
เพิ่มความฟุ้งซ่านและความเครียดกระหน่ำหนักยิ่งขึ้นครับ

ถาม : เรียนถามค่ะ สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด คือการอยู่กับปัจุจุบันใช่ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

ตอบ : อันนี้พูดแบบโลกๆ คือ ให้คิดถึงก้าวต่อไป
อย่ามัวคิดถึงก้าวที่ผ่านมาแล้ว และจะไม่กลับมาอีกครับ

ถาม : อันนี้เอาไปใช้ในเรื่องอื่น ๆ ได้ นอกจากการฝึกสมาธิใช่มั้ยคะ รู้สึกว่าจะเอาไปปรับใช้เรื่องอื่น ๆ ได้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอบ : เรื่องนี้แหละครับ เรื่องของการฝึกสมาธิ

ถาม : มีอะไรที่ง่ายกว่านี้มั้ยอ่ะ

ตอบ : มีที่ง่ายกว่านี้คือลงไปแช่ในถังน้ำเกลือครับ
ให้รู้สึกว่าร่างกายเบา หายไปหมด เพราะถูกน้ำซับน้ำหนัก เหลือแต่จิตรับรู้ถึงความว่าง
แต่ต้องไปหาแช่ที่เมืองนอก ในไทยรู้สึกเคยมีคนทำ ไม่รู้ยังทำอยู่หรือเปล่า

แต่ความเบาอันเกิดจากการอาศัยเครื่องช่วย จะอยู่แค่เดี๋ยวเดียว
พอขึ้นจากถังน้ำเกลือ ตัวก็หนักเหมือนเดิม ต้นเหตุทุกข์ทางใจก็หนักเหมือนเดิม
แถมอาจจะหนักกว่าเก่า เพราะจะอยากกลับไปใช้เครื่องช่วยไม่เลิก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

(ตอบขำๆ แต่เป็นเช่นนี้จริงๆนะครับ)

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top