ผู้เขียน หัวข้อ: ชนกกรรม  (อ่าน 1605 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ชนกกรรม
« เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2013 | 11:05:54 AM »
มีบางสิ่งนำเรามาสู่ความเป็นอย่างนี้
ไม่ใช่ความบังเอิญ
และไม่ใช่การบันดาลของพระพรหม
สิ่งที่นำเรามาเกิดเป็นเช่นนี้ คือ ‘ชนกกรรม’
(อ่านว่า ชะนะกะกำ แต่ส่วนใหญ่อ่าน ชะนกกำ ก็ถือว่าได้)
ความหมายของ ‘ชนก’ คือ พ่อผู้ให้กำเนิด
ชนกกรรม จึงหมายถึงกรรมที่มีความเป็นใหญ่กว่ากรรมอื่นในท้ายสุดของชีวิต
เพราะมีอิทธิพลกับแต่ละสัตว์แต่ละตนให้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิใด
ถ้าชนกกรรมมีความสว่าง
ก็ไปเกิดในสุคติภูมิเช่นมนุษยภูมิหรือเทวภูมิ
ถ้าชนกกรรมมีความมืด
ก็ไปเกิดในทุคติภูมิเช่นนรกภูมิ เดรัจฉานภูมิ เปรตภูมิ
อย่างที่เรามาเกิดเป็นมนุษย์ ก็แปลว่าชนกกรรมที่สั่งสมไว้ในอดีตเป็นกุศลแน่ๆ
ต่อให้ถือกำเนิดในทะเลทราย หรือถิ่นทุรกันดารใดๆก็ตาม

ชนกกรรมมักเป็นกรรมที่จิตผูกพันอยู่ด้วยเป็นหลัก
มนุษย์เราไม่รู้ตัวว่าผูกพันกับกรรมไหนโดยมาก
แต่ก็สามารถประมาณได้โดยถือเอาจากความจริงที่ว่า
‘ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน
ภพภูมิและกำเนิดทั้งหลายสำเร็จได้ด้วยใจ’
ดังนั้น น่าจะมองออกว่าใจคิดในทางดีหรือทางร้ายโดยมาก
ก็สร้างทางไปสู่ภพดีหรือภพร้ายตามนั้น

ถ้าอยากรู้กำเนิดใหม่ว่าเป็นดีหรือเป็นร้าย
ท่านให้สำรวจใจตนเองว่า ปกติรู้สึกสบายใจ ใสสะอาด
หรือว่าอึดอัดใจ สกปรกคล้ำหมองโดยมาก
ผู้มีความคิดในทางอกุศลโดยมาก จิตจะเศร้าหมอง
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าถ้าตายขณะจิตเศร้าหมอง ทุคติเป็นอันหวังได้
ผู้มีความคิดในทางกุศลโดยมาก จิตจะสดใส
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าถ้าตายขณะจิตสดใส สุคติเป็นอันหวังได้

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin











ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
Re: ชนกกรรม
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2013 | 10:13:02 AM »
มีหลายท่านติดใจคำศัพท์ ‘ชนกกรรม’ ในสเตตัสก่อนว่ามีที่มาจากพระไตรปิฎกหรือไม่ ขอให้ทราบว่าศัพท์นี้ไม่มีในพระไตรปิฎก อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้อย่างนี้ครับ

"ความเป็นมนุษย์ย่อมไม่อาจปรากฏด้วยกรรมที่เกิดแต่โลภะ โทสะ โมหะเลย (ปุณณกมาณวกปัญหานิทเทส)"

อรรถกถาจารย์ท่านมาบัญญัติเป็นชื่อเรียก เพื่อให้รวมกันอยู่ในหมวดธรรม กรรม ๑๒ ซึ่งความหมายก็ตรงตามตัวดีแล้ว เหมาะแล้ว เพราะชนกแปลว่าพ่อผู้ให้กำเนิด ชนกกรรมจึงหมายถึงกรรมที่นำไปปฏิสนธิในแดนเกิดหนึ่งๆซึ่งสมกับความสว่างหรือความมืดแห่งชนกกรรม

ชนกกรรมมักไม่ใช่กรรมใดกรรมหนึ่ง แต่เป็นหลายๆกรรมรวมกันแล้วก่อให้เกิดความโน้มเอียงว่าจิตสุดท้ายก่อนตายจะเศร้าหมองเป็นอกุศล หรือสดใสเบิกบานเป็นกุศล พูดง่ายๆว่า กรรมที่ทำเป็นอาจิณออกแนวคิด พูด ทำในทางดีหรือร้าย จิตสุดท้ายก็ย่อมถูกปรุงแต่งไปตามนั้น เกิดกรรมนิมิตปรุงแต่งจิตไปตามนั้น สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสย้ำหลายครั้งว่า มโนสุจริต วจีสุจริต และกายสุจริต สั่งสมมากแล้ว เป็นเหตุแห่งการไปสู่สุคติ ส่วนมโนทุจริต วจีทุจริต และกายทุจริต สั่งสมมากแล้ว เป็นเหตุแห่งการไปสู่ทุคติ

แต่ชนกกรรมก็อาจเป็นกรรมเดี่ยวได้ โดยเฉพาะกรรมในขณะใกล้ตาย เรียกว่าอาสันนกรรม คำนี้ก็ไม่มีในพระไตรปิฎก แต่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกรรมใกล้ตายอยู่มาก ที่เด่นๆก็เช่น มานพหนึ่งกินเหล้าประจำ กลิ่นเหล้ายังคาปากอยู่ก่อนตาย แต่จิตท้ายๆระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง กับทั้งคงจะเคยเจริญสติ รู้สึกถึงความไม่เที่ยงและไม่ใช่ตัวตนของกายใจมาก่อน ก่อนจิตดับก็บรรลุถึงสมาธิระดับฌานอันประกอบด้วยพุทธิปัญญา สำเร็จโสดาปัตติผลในขณะนั้นเอง

สรุปแล้ว ถึงแม้คำบางคำบัญญัติขึ้นภายหลัง แต่ถ้าผู้บัญญัติท่านมีประสงค์จะรวมข้อธรรมให้เป็นหมวดหมู่โดยง่าย ก็สมควรยอมรับครับ เพราะที่เรียนรู้กันในชั้นเรา ถ้าไม่มีชื่อให้เรียกชัดๆ บางทีก็ไปกันไม่ถูก (ที่พระพุทธเจ้าตรัสแนะว่า อย่าบัญญัติสิ่งที่ท่านไม่ได้บัญญัติ ไม่น่าจะรวมชื่อเรียกนะครับ ตราบใดที่ชื่อเรียกนั้น สื่ออย่างถูกต้องถึงธรรมที่พระองค์ท่านตรัสไว้)

ดังตฤณ

https://www.facebook.com/dungtrin

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top