ผู้เขียน หัวข้อ: ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน  (อ่าน 1475 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
มีใครเคยวิเคราะห์บ้างไหมว่า หลายต่อหลายคนที่เป็นนักปฏิบัติธรรม รู้อยู่ว่าการมีครอบครัวมีแต่ความทุกข์แต่ก็ยังมี เป็นเพราะสาเหตุอะไร ?

ตอนนี้เพื่อนรุ่นน้องอายุ ๔๖ กำลังจะแต่งงานหลังออกพรรษานี้ คิดดูว่าเขาเข้าวัดมาทั้งชีวิต ท้ายสุดเขาก็แต่งงานตอนแก่ เหตุผลที่เขาให้ก็คือ ห้ามใจตัวเองไม่ได้ พยายามตัดใจแล้วตัดไม่ได้ ตัวนี้เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดเลย ก็คือไม่สามารถที่จะสู้กิเลสไหว..!

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าข้างหน้าอาจจะเป็นนรก แต่ก็กระโดดลงไปแต่โดยดี ช่างมีความกล้าหาญเหลือเกิน..! เอาความกล้ามาเปลี่ยนในการปฏิบัติธรรมหน่อยเดียว จะได้ดีเยอะเลย ในเมื่อกล้าที่จะสู้ก็ต้องกล้าที่จะหนีสิ..!

เยื่อใยความผูกพันนั้นมีทั้งกรรมเก่าที่มาด้วย และการที่กำลังใจเราไม่เข้มแข็งพอ ยอมอ่อนให้กิเลส ในเมื่อสองอย่างรวมกันขึ้นมา ถ้ากำลังเขาสูงกว่าก็เสร็จกิเลส

เพื่อนเขาให้เหตุผลอยู่อย่างหนึ่ง ฟังแล้วก็อึ้งไปเหมือนกัน เขาบอกว่าเพื่อนอีกคนแต่งงานตั้งแต่อายุ ๑๘ ก็เป็นอันว่าตกนรกมายาวนาน เขาเองแต่งตอนอายุ ๔๖ ตกนรกอย่างไรก็ไม่นานเท่าเพื่อนคนนั้นหรอก เป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองมากเลย แต่ก็ฟังได้แบบข้าง ๆ คู ๆ

ก็เลยมีแต่คนสงสัยว่า ในเมื่อเขาโทรมา ทำไมอาตมาไม่ห้าม? นั่นเขามีคำตอบอยู่แล้ว เขาตัดสินใจไปแล้ว ห้ามไปจะมีประโยชน์อะไร ?

บางทีก็มานั่งสังเวชใจตัวเอง เหมือนกับเห็นคนเดินลงเหว แล้วเราทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ยืนมอง ต้องเอามัทธนพาธาให้ไปอ่านหลาย ๆ รอบ เขาว่า

ความรักเหมือนโรคา......บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล............อุปสรรคะใดใด
ความรักเหมือนโคถึก.....กำลังคึกผิว์ขังไว้
ย่อมโลดจากคอกไป......บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้...........ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง............บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย

อะไรที่โบราณเขาสรุปมาไม่ผิดเลย เพราะฉะนั้น..จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วเขาแพ้ใจตัวเอง ในเมื่อความแพ้ใจตัวเองเกิดขึ้น ก็คือไม่สามารถจะตัดเยื่อใยได้ ในเมื่อไม่สามารถจะตัดเยื่อใยได้ ความอาลัยทุกประเภทก็งอกงาม

ฉะนั้น..ถ้าเมื่อไรเข้าถึง อนาลโย ไร้ซึ่งความอาลัยได้ ก็ปลอดภัย

ท่านบอกว่า ไวพจน์ของวิราคะ คือความสิ้นราคะ มีอะไรบ้าง ? คำว่าไวพจน์ คือคำที่ใช้แทนกันได้ ในบาลีท่านบอกว่า
มทนิมฺมทโน.............ย่ำยีเสียซึ่งความเมา
ปิปาสวินโย..............บรรเทาซึ่งความกระหาย
วฏฺฏูปจฺเฉโท............ตัดเสียซึ่งวัฏฏะ
อาลยสมุคฺฆาโต........ถอนเสียซึ่งความอาลัย
ตณฺหกฺขโย.............ตัดสิ้นซึ่งตัณหา
นิโรโธ...................ดับสนิท
นิพฺพานํ.................หาความเสียดแทงไม่ได้

ถาม : สิ้นอาลัย คืออย่างไร ?
ตอบ : ไม่มีเยื่อใยแล้ว

ถาม : คนที่ตัด ไม่มีเยื่อใย นี่คือละอะไรได้ ?
ตอบ : ละราคะ โทสะ โมหะได้

ถาม : ก็เป็นพระอรหันต์สิคะ ?
ตอบ : ประมาณนั้นแหละ ไม่เกินนั้นหรอก ทำแค่นั้นเองก็พ้นแล้ว ...(หัวเราะ)...


พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เทศน์ช่วงบ่าย ณ บ้านอนุสาวรีย์
วันเสาร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๓

http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2143











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top