ผู้เขียน หัวข้อ: เถรใบลานเปล่า  (อ่าน 1113 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
เถรใบลานเปล่า
« เมื่อ: 01 ตุลาคม 2013 | 01:22:12 PM »
พระสุธรรมเถร บาลีเขาเรียก โปฏฐิละ ใบลานเปล่า คือ ตัวเองไม่ได้อะไร สอนตามพุทธวจนะเฉย ๆ แต่ลูกศิษย์เป็นพระอรหันต์เป็นพัน ๆ เลย ลูกศิษย์ฉลาด อาจารย์สอนตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอน ลูกศิษย์ทำตามนั้นก็ได้ แต่อาจารย์ไม่ได้อะไรเลย

พระพุทธเจ้าจึงเรียกว่า เถรใบลานเปล่า นี่เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งให้ท่านรู้สึกตัว ก่อนนั้นท่านก็ยิ้มรับ ไป ๆ มา ๆ ทำไมพระพุทธเจ้าเรียกเราอย่างนี้ นึกไปนึกมา อ๋อ...ที่แท้เราเองดีแต่สอนคนอื่นเขา เหมือนอย่างกับเปิดตำรา เปิดใบลานสอน แต่ว่าตัวของเราเองไม่ได้มีความดีอะไรตามนั้นเลย ก็เหมือนกับใบลานเปล่า

ท่านตั้งใจจะปฏิบัติ ไปขอให้ลูกศิษย์ที่เป็นพระอริยเจ้า คือพระอรหันต์ให้สอน แต่ไม่มีใครกล้าสอน ท่านก็ต้องขอไล่ไปเรื่อย ๆ เขาก็บอกปัดไปเรื่อย ๆ จนไปถึงเณรองค์สุดท้ายโน่น เณรท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว เณรเหลียวไปมอง...ไม่มีใครจะให้บอกปัดแล้วก็เลยต้องรับเป็นอาจารย์...(หัวเราะ)...แล้วพระสุธรรมเถรก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ถึงเณรจะเป็นคนสอนก็เถอะ..ใช่ไหม ? เพราะว่าสามเณรท่านเป็นพระอรหันต์ คำว่าพระอรหันต์ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าพระเถระ ซึ่งพระเถระไม่มีคำว่าเด็ก

เรื่องแบบนี้โบราณเขาเคยผูกเป็นภาษิตเอาไว้ว่า “ปลูกเรือนใกล้ท่าไม่มีน้ำจะกิน ช่างปั้นหม้อดินไม่มีหม้อจะใช้ เลี้ยงไก่ไว้ไม่มีไก่จะขัน ถ้าอยากไปสวรรค์ให้ไปแก้ผ้าในวัด”

ปลูกเรือนใกล้ท่าไม่มีน้ำจะกิน นั่นขี้เกียจขนาดไหน ปลูกบ้านอยู่ริมน้ำแท้ ๆ ไม่มีน้ำจะกิน

ช่างปั้นหม้อดินไม่มีหม้อจะใช้ ถ้าขยันอย่างน้อย ๆ ต้องมีใช้แน่ ก็เปรียบอย่างกับนักบวชของเรา เป็นพระเป็นเณรมัวแต่ขี้เกียจอยู่ หาความดีไม่ได้ จะไปเอาน้ำที่ไหนกิน จะเอาหม้อที่ไหนใช้

เลี้ยงไก่ไว้ไม่มีไก่จะขัน ชาวบ้านอุตส่าห์บำรุงเลี้ยงเราอยู่ตลอดเวลา ก็เหมือนกับเลี้ยงไก่หวังจะให้ขันบอกโมงยาม บอกหนทางไปสวรรค์บ้าง ไม่ได้ศึกษาหาความรู้อะไรเลย แล้วจะเอาอะไรไปขันไปสอนเขา

แล้วท่านก็บอกว่าอยากไปสวรรค์ให้ไปแก้ผ้าในวัด ในสมัยโบราณนั้นพวกคัมภีร์เทศน์ต่าง ๆ เขาห่อผ้าเอาไว้ เพราะฉะนั้น..ถ้าต้องการศึกษา ถ้าไม่แกะออกมาดูมาอ่านก็จะไม่ได้อะไร

โบราณเขาผูกเป็นปริศนาเอาไว้ บางคนตีไม่ออก "อยากไปสวรรค์ไปแก้ผ้าในวัด" ขืนไปแก้กันเป็นแถว พระเป็นตากุ้งยิงแน่ ๆ ใช่ไหม ?

"ปลูกเรือนใกล้ท่าไม่มีน้ำกิน" นี่ขี้เกียจสุด ๆ บางคนบ้านเขาห่างไกลน้ำหลายกิโลเมตร เขายังอุตส่าห์ไปตักไปแบกหามเอามากิน

"ช่างปั้นหม้อดินไม่มีหม้อจะใช้" "เลี้ยงไก่ไว้ไม่มีไก่จะขัน" "ถ้าอยากไปสวรรค์ให้ไปแก้ผ้าในวัด"...(หัวเราะ)...

ปริศนาธรรมโบราณเขาลึกซึ้ง โดยเฉพาะเลี้ยงไก่ไว้ไม่มีไก่จะขันนี่ ชาวบ้านเขาคงระอาใจเต็มที่แล้ว เลี้ยงอยู่ตลอดเวลาแต่หาความดีไม่ได้ สักแต่ว่าห่มผ้าเหลืองไปวัน ๆ ท่านถึงได้เปรียบว่า เอาผ้าเหลืองไปห่มตอยังจะดีกว่า ไหว้ตอไม้แล้วนึกถึงพระพุทธเจ้า แล้วเห็นผ้าเหลืองเป็นธงชัยพระอรหันต์ได้บุญมากกว่า


สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=742











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top