ผู้เขียน หัวข้อ: ต้องเข้าใจเหตุ เข้าใจผล เข้าใจต้น เข้าใจปลาย  (อ่าน 1445 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
[  27 04 2011 ]
จะนั่งสมาธิ เดินจงกรม หลับตา ลืมตาก็ได้ แค่มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ไม่ส่งจิตออกนอกกาย ไม่ส่งจิตเข้าใน ไม่ส่งจิตออกนอกจากปัจจุบัน

ต้องเข้าใจเหตุ เข้าใจผล เข้าใจต้น เข้าใจปลาย ตามที่กล่าวมาทั้งหมด ถ้าไม่เข้าใจ การปฏิบัติจะผิดพลาดหรือติดขัด จะแอบไปทำอย่างนั้นอย่างนี้โดยไม่เข้าใจตลอดสาย การปฏิบัติก็ยุ่ง วุ่นวาย แทนที่จะปฏิบัติให้วงจรปฏิจจสมุปบาทสิ้นไป กลับไปเพิ่มวงจรปฏิจจสมุปบาทซ้อนเข้าไปเรื่อย ๆ

มีผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนมากถามท่านอาจารย์ว่า ทำไมขณะที่ท่านอาจารย์บอกว่ามีวงจรปฏิจจสมุปบาทหุ้มเหมือนกับเป็นห้องกระจกมากั้นความว่างของจิตเดิมแท้ออกจากความว่างของจักรวาล กลับรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกตัวชัดเจน มีความรู้สึกอิ่มเย็น โปร่ง โล่ง เบา หรือมีอาการว่าง หรือมีอาการใดที่จับความรู้สึกไว้ได้ชัดเจน แต่พอ ท่านอาจารย์บอกว่าจิตเป็นปกติธรรมชาติ ไม่มีวงจรปฏิจจสมุปบาทมาห่อหุ้ม กลับไม่รู้อะไรเลย และพอพยายามจะไปรู้ให้ได้ว่าในขณะที่ท่านอาจารย์บอกว่าจิตเป็นปกติธรรมชาติ มีความรู้สึก หรือมีสภาวะเป็นอย่างไร ก็เกิดวงจรปฏิจจสมุปบาททันที แล้วจะปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้อง ท่านอาจารย์บอกว่าให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมทุกขณะจิตปัจจุบัน รับรู้ทุกอย่างด้วยใจเป็นกลาง คือ ไม่เหม่อ เผลอ เพลิน หลงคิดปรุงแต่ง ฟุ้งซ่าน หงุดหงิด รำคาญใจ บ่นอยู่คนเดียว พูดอยู่คนเดียวในใจ ไม่เบื่อ เซ็ง กลุ้ม วิตก กังวล หาถูก หาผิด หาเหตุ หาผล ลังเลสงสัย ตัดสินใจไม่แน่นอน ซึม ๆ เซา ๆ เบลอ ๆ ง่วงงุน เคลิบเคลิ้ม ไม่หลงเข้าไปยึดถือ สนใจ ให้ค่า ให้ความสำคัญ อยากหรือไม่อยาก หรืออินไปกับสิ่งใด หรือไม่ไปตามดูรู้เห็นจิตหรือความคิด ซึ่งหลวงตามหาบัวว่า มีต่อมผู้รู้ที่ไหน (คือ ตามดูรู้เห็นจิต ความคิด เวทนา หรืออาการใด) เป็นภพเป็นชาติทันที

มีความรู้ได้อย่างเดียวว่ามีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ ไม่ส่งจิตออกนอก ไม่ส่งจิตเข้าใน ตัวอยู่ไหนใจอยู่นั่น ทำอะไรใจอยู่กับสิ่งนั้น ทำแต่เหตุ ไม่เอาผล ไปตามรู้อาการของจิตไม่ได้ เพราะถ้าไปตามรู้อาการ จะไปจับอาการ หรือชั่วแวบเดียวที่เอาจิตไปแตะอะไรก็เป็นหลง เกิดเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาททันที

ค่อย ๆ ฝึกไปจนมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมทุกขณะปัจจุบัน ไม่ส่งจิตออกนอก ไม่ส่งจิตเข้าใน คำสอนของหลวงปู่ดูลย์ จิตส่งออกนอกเป็นสมุทัย เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ผลของจิตส่งออกนอกเป็นทุกข์ จิตเห็นจิตเป็นมรรค ผลจากจิตเห็นจิตเป็นนิโรธ วิธีปฏิบัติ จิตเห็นจิต คือ ให้มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมทุกขณะปัจจุบัน และรู้เท่าทันทันทีขณะที่หลงส่งจิตออกนอก หรือส่งจิตเข้าใน แล้วกลับมารู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่กับปัจจุบันทันที โดยไม่ตามดูรู้เห็นจิตหรือความคิดหรืออาการใด ๆ ให้ทำแต่เหตุ ไม่ใช่ไปจับผล ไม่ใช่ไปจับอาการความรู้สึกว่าง โล่ง โปร่ง เบา สบาย นิ่ง เฉย ซึ่งเป็นเวทนาไว้ เพราะจะเกิดเป็นภพ เป็นชาติตลอดเวลา

http://www.dhammanow.com/dhammatoday_detail.php?id=51











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top