ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติบรมครูเพลง ไพบูลย์ บุตรขัน  (อ่าน 30502 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Corei99

  • บุคคลทั่วไป
ประวัติครูไพบูลย์ บุตรขัน ผู้สร้างสรรค์บทเพลงอมตะดังก้องฟ้าเมืองไทย


กว่าจะมาเป็นบทเพลงอมตะเลอค่า เหนือกาลเวลา กลั่นจากหยดน้ำตาในห้วงดวงใจ ลูกหลานไทยใครได้ฟังนับเป็นบุญ

ครูไพบูลย์ เป็นชาวเมืองปทุมธานี เกิดที่อำเภอสามโคก เป็นลูกชาวนา อายุ ๗-๘ ขวบ บิดาถึงแก่กรรม จึงไปอยู่กับอาที่บ้านปทุมวัน รวมทั้งน้องชายอีกสองคน และมารดาด้วย ครไพบูลยจบการศึกษาที่ ม.๘ กรุงเทพ และเรียนดนตรีเพิ่มเติมที่สถาบันวาย เอ็ม ซี เอ ครูเป็นศิษย์ของ "พรานบูรณ์" เคยร่วม
งานกับคณะละครทำหน้าที่แต่งบทละคร และแต่งเพลงประกอบละคร ผลงานที่บันทึกเสียงครั้งแรกคือ ชุดค่าน้ำนม ชับร้องโดย ครูชาญ เย็นแข ผลงานของครูมีมากมาย ยุคที่ครูมีชื่อเสียงมากคือ ช่วงประมาณ พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๑๕     ครูแต่งเพลงอะไรก็ดัง นักร้องหลายคนในยุคนั้นต้องการร้องเพลงที่
ครูไพบูลย์แต่งทั้งนั้น ผลงานของครูไพบูลย์ ได้แก่ มนต์เมืองเหนือ มนต์รักลูกทุ่ง, แม่ค้าตาคม,น้ำท่วม, มัศยาหลงเหยื่อ, ค่าน้ำนม, คนนอกสังคม, คน
จนคนจร, ฯลฯ เพลงส่วนใหญ่ของครูมาจากประสบการณ์และสะท้อนชีวิตของชาวทุ่งได้เป็นอย่างดี มีความเป็นธรรมชาติ เพลงที่ครูแต่งและร้องเอง เช่นเพลง ไร้สมบัติ,หาดใหญ่ในผัน, ยิ่งแกยิ่งเก่ง,หนูจ๋า เพลงไร้สมบัติ


เพลงที่ครูไพบูลย์แต่งและความเป็นมาของเพลง
<embed src="http://www.4shared.com/embed/19956091/6489cd83" width="420" height="250" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed>
เพลง มนต์เมืองเหนือ ขับร้องโดย ทูล ทองใจ


เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ครูไพบูลย์แต่งและบันทึกเสียง ครั้งแรก “สมยศ ทัศนพันธ์” เป็นผู้ขับร้อง ภายหลัง “ทูล ทองใจ” นำมาขับร้องใหม่ โดยเปลี่ยนเนื้อเล็กน้อยจากเดิมที่ว่า “แอ่วเว้าเจ้าวอน” มาเป็น “แอ่วสาวเจ้าวอน”

<embed src="http://www.4shared.com/embed/71532389/f36f2fc5" width="420" height="250" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed>
เพลง ค่าน้ำนม ขับร้องโดย ชาญ เย็นแข

เพลงนี้เดิมทีครูไพบูลย์แต่งเพื่อให้ บุญช่วย กมลวาทิน เป็นคนร้อง แต่ในวันอัดเสียงที่ห้องบันทึกเสียง ดี คูสเปอร์ จอห์นสตัน บุญช่วยเกิดไม่มา ชาญ เย็นแข ซึ่งตามไปดูการบันทึกเสียงจึงได้ร้องแทน และเพลงนี้มียอดจำหน่ายสูงสุดถึง 5,000 แผ่น ซึ่งสูงมากในสมัยนั้น


<embed src="http://www.4shared.com/embed/24440060/dfdbe24b" width="420" height="250" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed>
เพลง กลิ่นโคลนสาบควาย ขับร้องโดย ชาญ เย็นแข
- เพลงนี้เป็นเพลงแรกของครูไพบูลย์ที่โดนห้ามออกอากาศทางสถานีวิทยุในสมัย จอมพลป. พิบูลสงคราม ด้วยข้อหายุยงชาวนา แต่ด้วยความไพเราะกินใจ ทำให้แผ่นเสียงเพลงนี้ขายดีจนสื่อมวลชนยกให้เป็น “เพลงประวัติการณ์”


<embed src="http://www.4shared.com/embed/21309637/fff0094a" width="420" height="250" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed>
เพลง น้ำค้างเดือนหก ขับร้องโดย สุรพล สมบัติเจริญ

เพลงนี้ครูไพบูลย์แต่ง แต่ใช้นามปากกาว่า “สาโรช ศรีสำแล” เนื่องจากในช่วงนั้นดวงตกเขียนเพลงไหนก็ไม่ดัง และเพื่อรักษาเครดิตของชื่อ “ไพบูลย์ บุตรขัน” เอาไว้ จึงเปลี่ยนนามปากกาเขียนเพลงนี้ให้ สุรพล สมบัติเจริญ ซึ่งเป็นนักร้องที่ดังมากเป็นผู้ขับร้อง

. เพลง ชายสามโบสถ์ ขับร้องโดย คำรณ สัมบุณนานนท์
- เพลงนี้เป็นเพลงนำของภาพยนตร์เรื่อง ชายสามโบสถ์ เมื่อภาพยนตร์ไปฉายต่าง
จังหวัดคำรณซึ่งแสดงเป็นพระเอกต้องไปร้องเพลงโชว์ด้วย ส่งผลให้เพลงนี้และ
นักดนตรีอย่าง ใหญ่นภายน และ ป.ชื่นประโยชน์ ดังไปด้วย

. เพลง ตาสีกำสรวล ขับร้องโดย คำรณ สัมบุณนานนท์
- เป็นอีกเพลงหนึ่งซึ่งถือเป็นเพลงต้องห้ามทางสถานีวิทยุในสมัย จอมพล ป.พิบูล
สงครามเป็นผลงานเพลงเสียดสีสังคมระดับคลาสสิคที่ส่งให้คำรณโด่งดัง เนื่องจาก
ท่วงทำนองเพลงลำตัดมาผสมผสานกับทำนองสากล เสียดสีสังคมไทยในยุคจอมพล ป.

. เพลง ยมบาลเจ้าขา ขับร้องโดย บุปผา สายชล
- เพลงนี้แต่งในยุค 2512-2513 โดยแผงเนื้อหาวิจารณ์สังคมและการเมืองไว้อย่าง
แนบเนียนรุนแรงในจังหวะโซลสนุกๆ จนทำให้ บุปผา สายชล ได้รับแผ่นเสียงทอง
คำพระราชทานจากการขับร้องเพลงนี้ในปี 2514

เพลง ฝนเดือนหก ขับร้องโดย รุ่งเพชร แหลมสิงห์
- เพลงนี้ครูไพบูลย์แต่งให้ รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ขับร้องโดยเฉพาะ เนื่องจากครูไป
ได้ยินรุ่งเพชรร้องเพลง “น้ำใจทหารอาสา” แล้วรู้สึกชอบ จึงให้คนไปตามรุ่งเพชรมา
ร้องเพลงให้ฟัง ตอนแรกรุ่งเพชรไม่มา แต่ในที่สุดก็มาและร้องเพลงให้ครูฟังทั้งวัน
พอครูจับทางได้จึงบอกว่า ถ้าครูเขียนเพลงภายใน 3 เพลง ให้รุ่งเพชรดังไม่ได้
ครูจะหักปากกาทิ้ง และเพลงแรกที่ครูเขียนให้คือเพลง ไอดินกลิ่นสาว ส่วนเพลง
ฝนเดือนหก เป็นเพลงที่ 2 โดยเขียนเน้นให้ออกเป็นเพลงที่ออกเสียงเหน่อตามบุคลิก
ของรุ่งเพชร โดยการเล่นคำ เช่นคำว่า “ฝนก็ตก” ก็เป็น ฝนก็ต๊ก” และในที่สุดเพลง
นี้ก็ทำให้รุ่งเพชรดังทะลุฟ้า และได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพะราชทานรางวัล
ทำนองชนะเลิศ ในปี2514 รวมทั้งทำให้รุ่งเพชรอัดเพลงของครูไพบูลย์อีกหลาย
เพลง และที่สำคัญทำให้ครูได้เขียนงานเพลงอีกต่อไป

เพลง ขี้เหร่ก็รัก ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ
- ครูไพบูลย์แต่งเพลงนี้แทนตัวเอง ด้วยอารมณ์ของหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบที่ตอนนั้นคร
ูมีโรคร้ายเรื้อรัง แต่การที่ชีวิตมีผู้หญิงมองข้ามข้อนี้ และยินดีเป็นคู่ชีวิต ทำให้ครู
ูเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นความอบอุ่นในช่วงเวลาสั้นๆสามปีสุดท้ายของชีวิต

. เพลง น้ำท่วม ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ
- เป็นเพลงแรกที่ครูไพบูลย์แต่งให้ ศรคีรี ศรีประจวบ ร้องหลังจากที่ ศรคีรีมีวง
ดนตรีและร้องเพลงในแนวรำวง โดยไม่มีเพลงของตนเอง ครูไพบูลย์ได้เปลี่ยนแนว
ให้ศรคีรีมาร้องเพลงในแนวหวานและแต่งเพลงนี้ให้เป็นเพลงแรก ผลปรากฏว่าดัง
มากๆ และส่งผลให้ศรคีรีเป็นศิษย์เอกของครู

เพลง บุพเพสันนิวาส ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ
- เป็นเพลงแรกๆที่ครูแต่งให้ศรคีรีขับร้อง ซึ่งเพลงที่ครูแต่งในช่วงนี้จะสังเกต
ได้ว่า ครูผ่านชีวิตกว่า 50 ปี ผ่านความเคร่งเครียดมาจนสุกงอม ทำให้มองโลก
แบบผ่อนคลาย อ่อนหวานขึ้น ซึ่งศรคีรี คือศิษย์เอกคนสุดท้ายของครู และขับขาน
บทเพลงในยุคสุดท้ายของครูอย่างเป็นชิ้นเป็นอันที่สุด

เพลง มนต์รักลูกทุ่ง ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร
- เพลงนี้ครูประพันธ์เมื่อปี 2513 เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง
และประสบความสำเร็จสูงสุด รวมทั้งได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน
รางวัลเนื้อร้องและทำนองชนะเลิศ ในปี 2514 -หนังเรื่องนี้ทำรายได้ถึงหกล้านบาท
และฉายอยู่ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซียมยาวนานถึง 6 เดือนทีเดียว จนทำให้ครูกลาย
เป็นราชาเพลงประกอบภาพยนตร์เพราะหลังจากนั้นได้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์
อีกมากมาย และพลอยทำให้ ไพรวัลย์ ลูกเพชร ได้เป็นนักร้องเพลงนำภาพยนตร์อีก
หลายเรื่องทีเดียว

เพลง น้ำลงนกร้อง ขับร้องโดย พรไพร เพชรดำเนิน
- เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง โดยตอนแรก จะให้
บรรจบ เจริญพร ที่ร่วมแสดงในเรื่องเป็นผู้ร้อง แต่เนื่องจาก บรรจบร้องหลายเพลง
จึงเปลี่ยนมาให้ พรไพร เพชรดำเนิน เป็นผู้ร้อง

เพลง นกร้องน้องช้ำ ขับร้องโดย บุปผา สายชล
- เป็นเพลงแก้ของเพลงน้ำลงนกร้อง ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง
เช่นกัน

เพลง โลกบ้าๆบอๆ ขับร้องโดย กังวานไพร ลูกเพชร
- เพลงนี้มีที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง ฝนใต้ ของ ฉลอง ภักดีวิจิตร ซึ่งกังวานไพร
ลูกเพชร ร่วมแสดงด้วย และเรื่องนี้ครูไพบูลย์ได้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้
กังวานไพร เป็นคนร้องชื่อเพลงว่า “กังวานไพร” ซึ่งเมื่อครูได้ฟังแล้วจึงชอบใจเสียง
ของกังวานไพรมาก จึงแต่งเพลงให้อีก 3 เพลง นั่นก็คือ เพลงโลกบ้าๆบอๆ , หมด
ลมหมดเรื่อง , เหม็นเบื่อ

. เพลง เบ้าหลอมดวงใจ ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร
- เป็นเพลงที่ครูแต่งขึ้นเพื่อเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับราง
วัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานประเภทเนื้อร้องชนะเลิศเพลงลูกทุ่ง ประเภท ก.
ในปี 2514

. เพลง แว่วเสียงซึง ขับร้องโดย เรียม ดาราน้อย

เพลง หนุ่มเรือนแพ ขับร้องโดย กาเหว่า เสียงทอง
- เพลงนี้มีที่มาจากการที่เพลิน พรหมแดน มาขอให้ครูไพบูลย์แต่งเพลงให้
ครูไพบูลย์จึงเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ซึ่งออกเป็นโทนเพลงแหล่ ซึ่งทางด้านเพลิน
เห็นว่าคนละแนว จึงนำเพลงให้คนในวง คือ กาเหว่า เสียงทอง เป็นคนร้อง
และบันทึกแผ่นเสียงให้ ผลปรากฏว่า เพลงนี้ดังทั่วบ้านทั่วเมือง และทำให้เกิด
กาเหว่า เสียงทอง ขึ้นในวงการเพลง

เพลง มะนาวไม่มีน้ำ ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร วิภารัตน์ เปรื่องสุวรรณ
- เพลงนี้มีที่มาจาก การที่ ไพรวัลย์ วิภารัตน์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ในวงของครูสุรพล
ได้ออกจากวง จึงไม่มีเพลงของตัวเองร้อง ครูไพบูลย์จึงแต่งเพลงให้เป็นเพลงคู่
ซึ่งแต่ละเพลงล้วนแต่ดังทั้งสิ้น

. เพลง ฝนตกบ้านน้อง นกร้องบ้านพี่ ขับร้องโดย ชาย เมืองสิงห์
- เพลงนี้ครูไพบูลย์ใช้ภูมิลำเนา คือ บ้านท้องคุ้ง ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก
จ.ปทุมธานีเป็นฉาก โดยอาศัยการมองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่กว้างใหญ่ แล้ว
เขียนเป็นเพลง สำหรับ ชาย เมืองสิงห์ ปกติจะแต่งเองร้องเอง เขาได้มีโอกาส
ร้องเพลงของครูไพบูลย์ ในยุคที่ครูดวงตก และประจำการเป็นนักแต่งเพลง
ประจำทีมวงจุฬารัตน์ที่มีชาย เมืองสิงห์เป็นนักร้องอันดับ 1 จึงได้ร้องเพลงของ
ครูไพบูลย์รวม 7 เพลง เช่น ฝนตกบ้านน้อง นกร้องบ้านพี่ , แม่ผิวพม่านัยน์ตาแขก ฯ

เพลง โลกนี้คือละคร ขับร้องโดย ปรีชา บุณยเกียรติ
- เป็นเพลงยอดนิยมต่อเนื่องหลังยุค 2492 -ครูไพบูลย์แต่งเพลงนี้เมื่ออายุได้ 30 ปี
เท่านั้นแต่การถ่ายทอดเหมือนกับผู้ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก จึงทำให้เพลงนี้ได้
้รับความนิยมอย่างสูง และได้รับรางวีลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานรางวัลเนื้อร้อง
เพลงไทยสากล ประเภท ข. ในปี 2514-ปรีชา บุณยเกียรติ ได้ขับร้องเพลงของ
ไพบูลย์ บุตรขัน เพราะเป็นนักร้องประจำโรงละคร ส่วนครูไพบูลย์ระยะหนึ่งเคย
แต่งเพลงประกอบละคร และถึงแม้จะเก็บตัวด้วยโรคภัยกำเริบก็ยังแต่งเพลงป้อน
นักร้องสลับฉากโรงละครอยู่ และเมื่อปรีชาได้ร้องเพลงนี้ จึงต้องไปต่อเพลงบ่อยๆ
ทำให้ถูกอัธยาศัยกัน และได้เพลงดีๆจากครูอีกหลายเพลง โดยเฉพาะเพลง ลิเกชีวิต
เพลงดังแห่งยุค 2497-2498

เพลง เสียงดุเหว่าแว่ว ขับร้องโดย ทูล ทองใจ
- เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของครูไพบูลย์ ที่มักจะร้องเล่นเวลาอารมณ์ดี เป็นจินตนาการ
แห่งความสุขและความฝัน ซึ่งทูล ทองใจ เป็นผู้ถ่ายทอด - ทูล ทองใจนั้น เป็นผู้ได้ร้อง
เพลงอ่อนหวานลึกซึ้งของครูไพบูลย์ เป็นจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับงาน
เพลงที่ครูไพบูลย์ป้อนให้คำรณขับร้องแต่ทูล ทองใจโด่งดังมาก่อนที่จะได้ร้องเพลง
ของครูไพบูลย์ เพราะทูลโด่งดังมาจากเพลง โปรดเถิดดวงใจ ที่ครูเบญจมินทร์เป็น
ผู้แต่งให้ และจากการที่ครูไพบูลย์และครูเบญจมินทร์ต่างนับถือกัน ผลงานของทูล ทองใจจึงมีส่วนผสานกันระหว่างครูเพลง 2 ท่านนี้

เพลง น้องนางบ้านนา ขับร้องโดย สมยศ ทัศนพันธ์

เพลง แม่แตงร่มใบ ขับร้องโดย ชัยชนะ บุณนะโชติ
- ครูไพบูลย์เป็นคนวางแนวให้ชัยชนะ บุณนะโชติ ร้องเพลงแนวแหล่ และเพลง
แหล่เพลงแรกคือ ดอกดินถวิลฟ้า ซึ่งเป็นเพลงแหล่เพลงแรกของวงการด้วย หลังจากนั้นชัยชนะก็ได้ขับร้องเพลงของครูไพบูลย์อีกหลายเพลง นอกจากเพลง
แหล่ และก็มีเพลงเหน่อ อย่าง แม่แตงร่มใบ ซึ่งโงดังงสุดขีด, สาวสุพรรณ ช่วง
ที่ครูไพบูลย์แต่งเพลงให้ชัยชนะ บุณนะโชติ เป็นช่วงท้ายๆที่ครูดวงตก พอหลัง
จากนั้นครูก็ดังใหญ่ เพราะเข้ายุค รุ่งเพชร , บุปผา , ศรคีรี และหนังเรื่องมนต์รัก
ลูกทุ่ง











« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 พฤศจิกายน 2009 | 04:04:13 PM โดย ชีพจรลงเท้า »

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top