ผู้เขียน หัวข้อ: การกำเนิดโลก และมนุษย์  (อ่าน 2186 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ekkarin

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 8
  • ขอบคุณ: 0
  • เพศ: ชาย
การกำเนิดโลก และมนุษย์
« เมื่อ: 28 ตุลาคม 2012 | 12:32:07 PM »
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 150
         [๕๖]     ดูก่อนวาเสฏฐะ  และ  ภารทวาชะ   มีบางสมัยบางคราว  โดย

อันล่วงไปแห่งกาลอันยาวนาน     โลกนี้ก็จะพินาศไป    เมื่อโลกกำลังพินาศ

อยู่       โดยมากหมู่สัตว์ย่อมวนเวียนไปเกิดในชั้นอาภัสสรพรหม        ในชั้น











ekkarin

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 8
  • ขอบคุณ: 0
  • เพศ: ชาย
การกำเนิดโลก และมนุษย์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2012 | 12:34:49 PM »
 พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 151
อาภัสสรพรหมนั้น       สัตว์เหล่านั้นมีความสำเร็จได้โดยทางใจ     มีปีติเป็น     

ภักษา   มีรัศมีเอง   ท่องเที่ยวไปได้ในอากาศ    ดำรงอยู่ในวิมานอันแสนงาม

ย่อมดำรงอยู่ได้สิ้นกาลยืดยาวนาน.      ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารทวาชะ    มี

สมัยอีกบางครั้ง     โดยอันล่วงไปแห่งกาลยืดยาวนาน    โลกนี้ย่อมเจริญขึ้น

เมื่อโลกกำลังเจริญขึ้น โดยมากเหล่าสัตว์ก็จะพากันเคลื่อนจากพวกอาภัสสร-

พรหมมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก  และสัตว์เหล่านั้นมีความสำเร็จได้โดยทางใจ

มีปีติเป็นภักษา   มีรัศมีเอง   ท่องเที่ยวไปในอากาศได้    ดำรงอยู่ในวิมานอัน

งดงาม  ย่อมดำรงอยู่ตลอดกาลยืดยาวนาน.   ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ

ก็โดยสมัยนั้นแลจักรวาลนี้ก็จะกลายเป็นน้ำไปหมด   มีความมืด   มองไม่เห็น

ทั้งดวงจันทร์ และ ดวงอาทิตย์ก็ยังไม่ปรากฏ   ดวงดาวนักษัตรก็ยังไม่ปรากฏ

กลางวันกลางคืนก็ไม่ปรากฏ     เดือนหนึ่งกึ่ง   เดือนหนึ่งก็ยังไม่ปรากฏ   ฤดู

และ  ปีก็ยังไม่ปรากฏ    หญิงชายก็ยังไม่ปรากฏ.     หมู่สัตว์ทั้งหลายก็ถึงการ

นับว่า    สัตว์ดังนี้อย่างเดียวกัน.     ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารทวาชะ  ในกาล

บางคราว    โดยอันล่วงได้แห่งกาลยืดยาวนาน    ง้วนดินก็เกิดลอยอยู่บนน้ำ

ปรากฏแก่สัตว์เหล่านั้น      เหมือนน้ำนมสดที่บุคคลเคี่ยวแล้วทำให้เย็นสนิท

แล้วปรากฏเป็นฝาอยู่ข้างบนฉะนั้น     ง้วนดินนั้นได้สมบูรณ์ด้วยสี   กลิ่น รส

มีสีคล้ายเนยใสอย่างดี  และเนยข้นอย่างดีฉะนั้น    และได้มีรสอันน่าชอบใจ

เหมือนน้ำผึ้งอันปราศจากโทษฉะนั้น.   ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารทวาชะที่นั่น

แล   มีสัตว์บางตนมีชาติโลเลกล่าวว่า   ท่านผู้เจริญ  สิ่งที่ลอยอยู่นี้   จะเป็น

อะไรดังนี้แล้วเอานิ้วมือช้อนเอาง้วนดินขึ้นมาลิ้มดู      เมื่อเขากำลังเอานิ้วมือ

ช้อนง้วนดินขึ้นมาลิ้มอยู่      ง้วนดินที่ได้ซ่านไปทั่ว      ความอยากจึงเกิดขึ้น

แก่เขา.    ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารทวาชะ    สัตว์เหล่าอื่นแลก็ถึงทิฏฐานุคติ

ของสัตว์นั้นก็จะพากันเอานิ้วมือซ้อนง้วนดินนั้นขึ้นมาลิ้มดู.     เมื่อสัตว์เหล่า


ekkarin

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 8
  • ขอบคุณ: 0
  • เพศ: ชาย
การกำเนิดโลก และมนุษย์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2012 | 12:36:25 PM »
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 152
นั้นกำลังเอานิ้วมือช้อนเอาง้วนดินนั้นขึ้นมาชิม          ง้วนดินก็แผ่ซ่านไปทั่ว

สรรพางค์   และตัณหาก็เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น. ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารท-

วาชะ    ที่นั้นแล    สัตว์เหล่านั้นจะพากันพยายามเอามือปั้นง้วนดินปั้นทำให้

เป็นคำเพื่อที่จะบริโภค.    ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ    เมื่อใดแลที่สัตว์

เหล่านั้นพยายามที่จะเอามือปั้นง้วนดินทำเป็นคำเพื่อที่จะบริโภค      เมื่อนั้น

รัศมีเฉพาะตัวของสัตว์เหล่านั้นก็จะหายไป.          เมื่อรัศมีเฉพาะตัวหายไป

พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็ปรากฏขึ้นมา         เมื่อพระจันทร์และพระอาทิตย์

ปรากฏขึ้นแล้ว        หมู่ดาวนักษัตรก็จะปรากฏ      เมื่อหมู่ดาวนักษัตรปรากฏ

แล้ว   กลางคืน และ กลางวันก็ปรากฏ        เมื่อกลางคืนกลางวันปรากฏแล้ว

เดือนหนึ่ง     กึ่งเดือนหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้น       เมื่อเดือนหนึ่ง และ กึ่งเดือนหนึ่ง

ปรากฏขึ้นแล้ว    ฤดู และ ปีก็ปรากฏขึ้น.     ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารทวาชะ

ด้วยเหตุเพียงประมาณเท่านี้แล    โลกนี้ก็ย่อมเจริญขึ้นมาอีก.

         [๕๗]       ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารทวาชะ  ครั้งนั้นแล   สัตว์เหล่านั้น

พากันบริโภคง้วนดิน   มีง้วนดินเป็นภักษาเป็นอาหาร  ได้ดำรงอยู่ตลอดกาล

ยืดยาวนาน.   ดูก่อนวาเสฏฐะ และ ภารทวาชะ   สัตว์เหล่านั้นบริโภคง้วนดิน

มีง้วนดินนั้นเป็นภักษาเป็นอาหาร ได้ตั้งอยู่ตลอดกาลยืดยาวนานโดยประการ

ใดแล    ความแข็งแกร่งก็เกิดมีในกายของสัตว์เหล่านั้น     ความมีผิวพรรณดี

ก็ได้ปรากฏชัดขึ้นมา     สัตว์บางพวกก็มีผิวพรรณดี   บางพวกมีผิวพรรณเลว.

บรรดาสัตว์เหล่านั้น     สัตว์เหล่าใดมีผิวพรรณดี    สัตว์เหล่านั้นก็ดูหมิ่นสัตว์

ที่มีผิวพรรณเลวว่า      เรามีผิวพรรณดีกว่าสัตว์เหล่านั้น         สัตว์เหล่านั้นมี

ผิวพรรณเลวกว่าเราดังนี้.      เมื่อสัตว์เหล่านั้นเกิดมีมานะถือตัว     เพราะการ

ดูหมิ่นเรื่องผิวพรรณเป็นปัจจัย    ง้วนดินก็ได้อันตรธานหายไป.    เมื่อง้วนดิน

หายไปแล้ว     สัตว์เหล่านั้นจึงประชุมกัน      ครั้นประชุมกันแล้วต่างก็พากัน

ekkarin

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 8
  • ขอบคุณ: 0
  • เพศ: ชาย
การกำเนิดโลก และมนุษย์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2012 | 12:38:14 PM »
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 153
ทอดถอนใจว่า    รสดี   รสดีดังนี้.     แม้ในทุกวันนี้พวกมนุษย์ได้ของมีรสดีบาง 

อย่างเท่านั้น     ก็พากันกล่าวอย่างนี้ว่า   รสดี   รสดี   ดังนี้      หมู่พราหมณ์ทั้ง

หลายพากันอนุสรณ์ถึงอักขระที่รู้กันว่าเป็นของเลิศเป็นของเก่านั้น   แต่หาได้รู้

ถึงความหมายของอักขระนั้นเลย.


ที่มา : http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=11591

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top