ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้าจะปฏิบัติธรรม เป็นโสดดีกว่า?  (อ่าน 1646 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ถาม – ในความเห็นส่วนตัว ถ้าคิดจะปฏิบัติธรรม ควรอยู่เป็นโสดดีกว่าค่ะ สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมที่มีครอบครัวและปฏิบัติธรรมด้วยกันได้ดี ดิฉันก็อนุโมทนาด้วยค่ะ แต่ส่วนใหญ่ที่เห็น มันไปกันไม่ค่อยได้ ถ้าจะหาเพื่อนให้กำลังใจกัน ก็ยังมีกัลยาณมิตรรอบข้างอีกมากนะคะ

 

ส่วนใหญ่ที่เขาไปกันไม่ค่อยได้ บางทีก็น่าเสียดายนะครับ เพราะบางคู่มีทุนเดิมอยู่ก่อน แต่ใช้ทุนไม่เป็น เหมือนมีเงินมาหนึ่งล้าน แทนที่จะทำให้งอกเงยกลับซื้อเพชรนิลจินดาฉาบฉวย กระทั่งทรัพย์หมดก็ต้องเลิกรากันไป ความจริงถ้าต้องตาต้องใจกัน ใคร่อยากจับคู่กัน เจตนาแท้จริงก็คืออยากมีความสุขร่วมกันตามประสาธรรมชาติสิ่งมีชีวิตนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความอุ่นกายหรือความเย็นใจในการอยู่ใกล้ น่าสังเกตว่าแค่ช่องว่างและทิฐิมานะระหว่างมนุษย์ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้อยู่ร่วมแบบไม่ยอมกัน ไม่ลงให้กัน อยากบังคับอีกฝ่ายตามใจฉันให้ได้

แม้คู่ที่มีความคิดอ่านดี อยากทำชีวิตให้มีสุข อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง เรียกว่าเสพสุขในการอยู่ร่วมระดับของบุญ ยังอาจมีความเคลือบแคลงระแวงใจในกันได้ เพราะมีสิทธิ์นอกใจกันตลอดเวลา แต่ถ้าคู่ไหนเริ่มขยับ เริ่มอัพเกรดสัมพันธภาพให้อยู่ร่วมกันในระดับของศีล จะมีความสุขอีกชนิดเกิดขึ้น ที่คู่รักส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะรู้จักกันนัก นั่นคือ *** ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน *** เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากศีล เป็นคุณของศีลที่เห็นได้อย่างชัดเจน

วิธีมีความสุขด้วยการอยู่ร่วมกันระหว่างชายหญิงนั้นมีมากมายพิสดารนัก มีตำราเขียนออกมาและทดลองกันโดยอาสาสมัครเป็นร้อยนะครับ ว่าหญิงชายที่รักกันสามารถสร้างฝันร่วมกันได้ หมายถึงเข้าไปอยู่ในฝันเดียวกัน เป็นบันทึกที่ซีเรียส และไม่ใช่เรื่องหลอก ทั้งคู่สามารถใช้กำลังเสริมกันเนรมิตฝันให้เป็นอย่างไรก็ได้ คิดดู... โลกของความจริงไม่สวย ไม่หล่อ ไม่ใช่สุขุมาลชาติ แต่ถ้าปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น แล้วพบกันในฝันด้วยธาตุแท้ จะเห็นกันอีกแบบที่สะสวยสูงส่งอย่างไรก็ได้ กระชับรักให้มั่นคง อยากซื่อสัตย์ต่อกันแค่ไหนก็ได้

นี่แหละครับ มีวิธีมากมายที่จะอยู่เป็นคู่ด้วยความสุขสม นับแต่ขั้นตื้นๆถึงขั้นพิสดารพันลึก แต่ไม่ขยับจะทำกัน ส่วนใหญ่อยู่กันแกนๆตามวิถีโลก เริ่มนึกสนุกอยากเรียกอีกฝ่ายว่าอีแก่ก็เรียก ทีแรกเรียกสนุกๆ ตอนหลังพออีกฝ่ายสวนกลับว่าอั้ยแก่ เลยเรียกกันจริงๆ เรียกกันด้วยโทสะทุกครั้ง แรงแม่เหล็กตามธรรมชาติที่เคยดึงดูดเข้าหากันในระยะแรกก็หดหายสลายสูญครับ ไม่เหลือหรอก

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://202.44.204.76/narupan/PantipSakajcha02.htm











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top