ผู้เขียน หัวข้อ: ฉันเป็นใคร...ทำไมถึงรักคุณ?  (อ่าน 1727 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ฉันเป็นใคร...ทำไมถึงรักคุณ?
« เมื่อ: 13 กันยายน 2012 | 02:51:27 PM »
รู้ไหมทำไมฉันถึงรักคุณ?

ไม่ถามตัวเองล่ะ ทำไมต้องมาถามผม?

เพราะคุณหาเหตุผลได้เก่งกว่าฉัน!

ถ้าคราวนี้ผมหาเหตุผลไม่ได้อะไรจะเกิดขึ้น?

ฉันจะเลิกกับคุณวันนี้ เพราะทนกับเรื่องไร้เหตุผลไม่ได้!

บ๊ะ! ขนาดนั้น! คุณถูกสอนมาอย่างไรกันนี่?

คุณพ่อเคยสอนว่าทุกสิ่งต้องมีเหตุผล คนที่ไม่รู้เหตุผลว่าตัวเองมายืนตรงนี้ทำไม คือคนที่ไม่รู้จักตัวเอง หรือไม่ก็เสียความเป็นตัวของตัวเองให้กับบางสิ่งที่เหลวไหลไปเสียแล้ว!

การได้คำตอบจากคนอื่น ถือว่ามีความคิดเป็นของตัวเองแล้วหรือ?

ฉันกำลังตกหลุมรัก และพบว่าในหลุมเต็มไปด้วยกำแพงบังแสง ใจฉันไร้ความสามารถที่จะคิดในขณะมองอะไรไม่เห็น!

เอาล่ะ! งั้นเรามาลองเสียเวลาหาคำตอบร่วมกัน เพราะผมไม่อยากเสียคุณไปในขณะที่คุณยังรักผม และผมก็ยังรักคุณ

ทำไมคุณถึงรักฉัน?

นั่นเป็นคำถามที่ง่ายขึ้น… ส่วนที่ขาดของเพศชายคือเพศหญิง ส่วนที่ขาดของบ้านคือคนในครอบครัว ส่วนที่ขาดของอารมณ์คือคนรู้ใจ ส่วนที่ขาดของความผูกพันคืออัธยาศัยที่ต้องกัน ส่วนที่ขาดของผมคือตัวคุณ และความรักจะนำส่วนที่ขาดหายมาคืนผม ผมจึงรักคุณเพื่อไม่ให้มีอะไรขาดหาย!

ฉันฟังไม่รู้เรื่อง… และนั่นก็แสดงว่าที่คุณพูดมาไม่ใช่เหตุผลเดียวกันกับที่ฉันรักคุณ เพราะถ้าใช่ ฉันก็คงกระจ่างแล้ว

นี่แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังหาเรื่องเลิกกัน?

เปล่าเลย… ตรงข้าม ฉันอยากอยู่กับคุณไปจนตาย และฉันก็สับสนว่าทำไม ฉันทนความสับสนของตัวเองไม่ได้

โอเค! งั้นเริ่มจากตรงนี้ก่อน คุณไม่เหมือนคนอื่น

นั่นเป็นสิ่งที่ฉันรู้อยู่แล้ว และไม่ได้ต้องการคำตอบจากคุณเลย!

เหตุผลของคนที่ไม่เหมือนคนอื่น บางครั้งอาจไม่มีเหตุผลที่แท้จริง

นี่คุณว่าฉันเป็นคนไร้เหตุผลรึ?

แน่นอนคุณมี! แต่คนเราก็มีทั้งเหตุผลทางความคิด และเหตุผลทางอารมณ์ กรณีนี้ผมคิดว่าเป็นเหตุผลทางอารมณ์ ถ้าหากเราเจอตัวอารมณ์อันเป็นต้นตอความรัก ความสงสัยของคุณก็ยุติ

อารมณ์ของฉันอยู่ตรงไหน?

อารมณ์ของทุกคนอยู่ที่ความพอใจและความไม่พอใจ ไม่ว่าคุณจะอยากเป็นตัวของตัวเองมากแค่ไหน แตกต่างจากใครทั้งโลกเพียงใด อย่างไรคุณก็ต้องเหมือนกับคนอื่นที่ตรงนี้

ฉันเริ่มเก็ตแล้ว ว่าต่อไปซิ

ถ้าผู้ชายสักคนมีดี มีแต่เรื่องน่าพอใจ คือรูปหล่อ โดดเด่น ความสามารถสูง ซื่อสัตย์ คารมดี ปากหอม ตัวไม่เหม็น ขยันเอาใจ รายได้งาม เก็บเงินเก่ง แต่แฟนแบมือขอเมื่อไหร่รีบหยิบให้ทันที อย่างนี้ไม่มีผู้หญิงที่ไหนลังเลแน่นอน เจอเมื่อไหร่ตะครุบเมื่อนั้น แต่ที่ลังเลก็เพราะในโลกความเป็นจริง ผู้ชายขาดข้อดีน่าพอใจไปหลายข้อเหลือเกิน ข้อไม่ดีไม่น่าพอใจนั่นแหละตัวการทำให้สับสน

หึหึ แต่ฉันไม่ได้สับสนลังเลแบบผู้หญิงเลือกไม่ถูกหรอกนะ ข้อดีน่าพอใจที่คุณพูดมาทั้งหมด ฉันเคยเจอในคนอื่น ฉันพอใจ… แต่ไม่รัก! กลับมารักคนที่มีไม่ครบอย่างคุณแทน นั่นแหละฉันถึงต้องรู้ให้ได้ว่าทำไม!

นี่กล่าวหาว่าผมใช้คุณไสยเหรอะ?

นั่นเป็นเบื้องหลังที่ฉันควรรู้หรือเปล่าล่ะ?

ถ้าผมเล่นคุณไสย หน้าคุณดำปี๋ไปแล้ว ไม่สว่างโร่เหมือนคนกำลังหัวใจพองโตอย่างนี้หรอก

สรุปคือไม่มีคำตอบที่ฉันควรรู้ใช่ไหม?

มีสิ! งั้นผมเอาความจริงมาตอบแล้วกันนะ

ที่ตอบๆมาเป็นความเท็จหรอกหรือนี่?

ความจริงบางส่วนกับความจริงทั้งหมดมันต่างกัน หูตาคนเราถูกตีกรอบให้รับได้แค่ความจริงบางส่วน ถ้าอยากทะลุกรอบออกไปรับความจริงทั้งหมด คุณต้องมีมากกว่าหูตา

อะไรที่ต้องมี?

จิตที่หยั่งรู้ ไม่ใช่จิตที่เอาแต่คิดเดา!

แล้วจิตที่หยั่งรู้ บอกว่าความรักเกิดจากอะไร?

เกิดจากการเคยอยู่ร่วมกันมาก่อนหนึ่ง เกื้อกูลกันในปัจจุบันหนึ่ง

หมายความว่าชาติก่อนฉันเคยอยู่กับคุณหรือ?

อดีตชาติเป็นความลับ และถ้าคุณรู้ความลับ ก็อาจจะต้องเลิกรักผม

เพราะอะไรกัน?

ถ้าคุณรู้ความลับ แปลว่าคุณไม่ได้แค่คำตอบเกี่ยวกับความรัก แต่ยังรู้อีกด้วยว่าคุณเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่บนโลกใบนี้!

ฉันเป็นใคร ทำไมถึงต้องเลิกรักคุณ?

พวกเราเป็นเหยื่อของความไม่รู้! ความไม่รู้ทำให้เราก่อกรรม กรรมทำให้เรามามีและมาเป็น การมีการเป็นทำให้เรายึดติด ความยึดติดทำให้เราร้องไห้เมื่อจากพราก ความจากพรากทำให้เราอาลัยและเต็มใจหลงติดอยู่กับความไม่รู้ วนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้

งั้นฉันจะไปบวช!

ไปบวชทำไม?

จะได้หลุดจากการเป็นเหยื่อ!

การบวชไม่ได้เป็นประกันว่าคุณจะพ้นจากการเป็นเหยื่อของความไม่รู้ ทุกวัดก็ยังเต็มไปด้วยเหยื่อของความไม่รู้เหมือนทุกบ้าน คุณต้องเป็นอะไรที่ดีกว่าเหยื่อทั่วไปเสียก่อน

อย่างนั้นฉันควรทำอย่างไร?

ทำอย่างที่หญิงชายควรทำกัน!

หญิงชายควรทำอะไรกันบ้าง?

ดูแลกันให้ดี มีน้ำใจต่อกัน ซื่อสัตย์ไม่เป็นอื่น ตามที่พระพุทธเจ้าวางไว้ให้เป็นบันไดขั้นแรก แล้วค่อยๆช่วยกันทำความรู้จักกับความลับที่เหลือ ที่พระพุทธเจ้าเปิดเผยไว้หมดเปลือก หลังจากรู้ความลับทั้งหมดด้วยความเข้าถึงแท้จริงแล้ว ถ้าจะแยกกันบวชก็เป็นการบวชอย่างคนมีกำลังดิ้นให้หลุดกรงแห่งความไม่รู้ ไม่ใช่บวชเพื่อติดอยู่กับความไม่รู้ในอีกกรง!



คนที่เป็นคุณเมื่อวาน

ไม่ใช่คนที่เป็นคุณในวันนี้

และจะไม่ใช่คุณในวันพรุ่งนี้

สิ่งเดียวที่เหมือนกันหมด

คือทุกคนถูกหลอกว่าเป็นคุณ!




โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/empty3/02.htm











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top