ผู้เขียน หัวข้อ: ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป  (อ่าน 1579 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป
« เมื่อ: 29 สิงหาคม 2012 | 07:12:11 PM »
เราทุกคนที่ยังเป็นปุถุชนคือที่ยังตัดรักไม่ขาด ย่อมรักทั้งคนทั้งของที่ถูกใจชอบใจ
รักผู้ใดก็ถนอมรักษาเอาใจผู้นั้น เพราะรักกันมั่นคงยั่งยืน
อยู่กับคนที่รักย่อมรู้สึกว่าสบายราบรื่นใจ
มีอะไรดีๆ ก็อยากให้แก่คนที่เรารัก ได้ให้แล้วก็สบายใจ
ยิ่งผู้รับมีความยินดีสิ่งที่ตนให้ เพราะอยากได้
ผู้ให้ก็ยิ่งเพิ่มความสบายใจ ปลื้มใจ เพราะได้ให้สิ่งที่ถูกใจแก่ผู้ที่ตนรัก
นี้แสดงให้เห็นว่ารักผู้ใดไม่เสียดายแก่ผู้นั้น


เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างตั้งใจสนองดีของกันและกัน ถนอมน้ำใจกันและกัน
ไม่ทำอะไรซึ่งไม่เป็นที่ชอบใจของกันและกัน ก็ยิ่งเพิ่มความรักดูดดื่ม
ผู้ยังเป็นปุถุชนเมื่อได้ประสบความดูดดื่มเช่นนี้ก็ย่อมรักตรึงใจ
ปรารถนาจะได้เห็นกัน อยู่ด้วยกันตลอดไป ไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่นึกถึงว่าชีวิตของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นที่สุด
แม้ได้สดับฟัง ได้เรียนรู้มาบ้าง ก็ไม่อยากจะให้เป็นไปอย่างนั้น
พยายามหาทางที่จะให้เป็นไปอย่างใจตนปรารถนา
และบางคนก็ไม่พยายามจะนึกถึงเรื่องตายเสียทีเดียว
เพราะนึกถึงเข้าแล้วหวาดเสียวทนไม่ได้ และเพราะไม่ตรงกับความประสงค์ของตน
คือตนไม่ต้องการจะจากสิ่งที่รัก และไม่อยากให้สิ่งที่รักจากตนไป


เพราะความตายเป็นเหตุให้ต้องพลัดพรากจากกัน ทั้งคนทั้งของที่รัก
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ย่อมหมกมุ่นมัวเมาติดอยู่ในคนและของที่รัก
ไม่คำนึงถึงอนิจจังแห่งสังขาร คือสิ่งที่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง
ย่อมไปตามเหตุปัจจัย คือไม่เป็นไปตามใจใคร
เมื่อเหตุปัจจัยยังเลี้ยงรักษาอยู่ ก็ยังเป็นอยู่ตั้งอยู่
เมื่อเหตุปัจจัยเสื่อม ก็ย่อมเสื่อม เมื่อเหตุปัจจัยสิ้นก็ย่อมสิ้น
กฎธรรมดาสังขารเป็นอย่างนี้ ไม่ยอมตามใจใคร


ผู้ไม่คำนึงถึงกฎธรรมดาของสังขาร ยึดเอาเป็นของตนจริงจัง
ย่อมโศกย่อมเหี่ยวแห้งใจ ไม่สดชื่น เพราะหมดสิ่งที่ทำให้ชื่นใจ
เพราะฉะนั้นจึงปรากฏเป็นความจริงแท้แน่นอนว่า
สิ่งใดเป็นที่ตั้งแห่งความรัก สิ่งนั้นย่อมเป็นที่ตั้งแห่งความโศก
สิ่งใดไม่เป็นที่ตั้งแห่งความรัก สิ่งนั้นไม่เป็นที่ตั้งแห่งความโศก
รักกับโศกมีวัตถุที่ตั้งอันเดียวกัน


แม้จะเลิกหรือตัดรักคนอื่นสิ่งอื่นเสียได้
แต่ถ้ายังรักตัวเองก็ยังพ้นทุกข์โศกไปไม่ได้
เพราะฉะนั้นความรักที่โลกนิยมชมชอบกัน
ทุกคนต้องการปรารถนา ด้วยเห็นว่ามีคุณอนันต์
แต่ก็มีโทษมหันต์ด้วย ถ้ารู้ไม่ถึงกฎธรรมดาของสังขารอันเป็นที่ตั้งแห่งความรักนั้น
ไปหลงเข้า ด้วยสำคัญว่าเที่ยง ยั่งยืน


อันที่จริงเราทุกคนนั้น เมื่อมาสู่โลกนี้ก็มาคนเดียว
และมาตัวเปล่า ไม่มีอะไรติดตัวมาด้วยเลย
เมื่อไปก็ไปตัวคนเดียว จะหยิบฉวยสิ่งใดติดตัวไปด้วยก็ไม่ได้
เมื่อมาแล้วก็มีคนต้อนรับด้วยความยินดีมีของขวัญทั้งที่เรายังไม่รู้เดียงสา
ครั้นเติบโตขึ้นมาพอรู้เดียงสา ก็มีผู้สอนให้เรายึดถือว่านี่ของเรา นั่นเป็นของเรา
คนนั้นเป็นพ่อ คนนี้เป็นแม่ของเรา คนนี้เป็นลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา
คนนั้นเป็นพี่ คนนี้เป็นน้องเรา สิ่งนี้เป็นของเรา คนนี้รักเราให้เรา
แล้วเรารู้จักรักคนที่รักเรา ให้เรา เอื้อเฟื้อเกื้อกูลเรา
รักของที่เขาว่าเป็นของหวงแหนเสียดาย
เมื่อได้ก็ดีใจ เมื่อเสียหายไปหรือถูกแบ่งเอาไปก็เสียใจ
ก็โกรธเพราะเสียดายอยากได้คืน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เป็นเด็กเพิ่งรู้ความ


เราถูกสอนให้ยึดถือมาแต่เล็กแต่น้อย จึงคุ้นกับความยึดถือแน่นทีเดียว
ซึ่งแสดงว่าเราถูกมัดให้ติดอยู่กับทุกข์ตั้งแต่เกิดมา
ทำให้ลืมตัวว่าเมื่อเรามานั้นมาคนเดียวและมาตัวเปล่า ไม่มีอะไรมา
เมื่อมาแล้วจึงได้มีคนและของมากขึ้น เรายึดถือว่าเป็นของเราทั้งนั้น
และเมื่อถึงคราวไปก็ไปคนเดียวและไปตัวเปล่า เอาอะไรไปด้วยไม่ได้
ทั้งคนทั้งของที่เรารักแสนรักก็เอาไปด้วยไม่ได้


แม้เป็นคนที่เรารัก จะชวนเขาเอาไปด้วย เขาก็คงไม่ยอมไปกับเราเด็ดขาด
เพราเขารักตัวของเขามากกว่ารักเรา เขาชอบชีวิต ไม่ชอบความตาย
เพราะฉะนั้นทุกคนจึงควรสำนึกตัวอยู่เสมอ ไม่ควรประมาทว่า
เราทุกคน “ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป”
และ “ใครจะไปดีไปชั่วอย่างไร เป็นเรื่องกรรมเฉพาะตัวของผู้นั้น
ใครจะบันดาลให้ใครไปดีหรือชั่วไม่ได้เด็ดขาด”


พระนิพนธ์ในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน อุฏฺฐายี)

คัดจากพระธรรมเทศนา ในหนังสือรวมธรรมเทศนา ๑๐๘ กัณฑ์
จัดพิมพ์โดย ชมรมพุทธศาสตร์ เอสโซ่ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๒๖











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top