ผู้เขียน หัวข้อ: จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นผลจากกรรมเก่าหรือกรรมใหม่?  (อ่าน 1679 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ถาม – จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นกรรมเก่าหรือกรรมใหม่คะ?

สำหรับคนธรรมดาทั่วไป ก็ต้องตัดสินเอาจากสิ่งที่เห็นง่ายสุดโต่งก่อนครับ เช่นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นซ้ำๆในชีวิตโดยไม่เคยทำในปัจจุบัน อันนั้นแหละผลของอดีตกรรม ยกตัวอย่างเช่นเด็กทารกยังไม่มีมือมีเท้าไปรบกวนใคร แต่ถูกตัดมือตัดเท้าไปนั่งขอทาน อันนั้นชัดเจนว่าเป็นแรงส่งอันหนักแน่นของกรรมเก่า คือเอาตัวไปอยู่ในมือทรชนคนโหด

และหากคุณเป็นคนหน้าตาหมองคล้ำมาแต่ไหนแต่ไร พอหันมาศรัทธากรรมวิบาก ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ กับทั้งมีใจคิดเจือจานโดยหวังผลเพียงให้ใจชุ่มชื่น ตั้งสติให้รู้จักกระตือรือร้นกับคุณค่าของปัจจุบันขณะ ทำๆไปจนรู้สึกสว่างอบอุ่นขึ้นมาจากข้างใน ส่องกระจกแล้วเห็นหน้าตาผ่องใสสดชื่นผิดสังเกต อันนั้นแหละครับผลที่ชัดเจนของกรรมใหม่ แถมเรื่องดีๆจะเรียงคิวตามมา ไม่ใช่แค่หน้าตาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อย่างไรก็ตาม กรรมวิบากไม่ใช่ของตื้น กับทั้งไม่ใช่สิ่งที่มีองค์ประกอบเพียงเล็กน้อย เหตุการณ์ในชีวิตพวกเราเป็นผลอันเกิดจากการผสมปนเประหว่างกรรมเก่ากับกรรมใหม่ยุ่งเหยิง คุณไม่มีทางรู้ได้ด้วยความนึกคิดธรรมดา ว่าทำดีแทบตาย ไฉนจึงไม่มั่งมีศรีสุขอย่างคนชั่วๆบ้าง หรือทำกิจการประเภทหนึ่งล้มเหลว แต่พอเปลี่ยนไปทำกิจการอีกประเภทหนึ่งกลับรุ่งเรือง ชนิดหาเหตุผลใดๆมาอธิบายยาก

อีกประการหนึ่ง กรรมมีระยะเวลาให้ผลหลายระยะ ทำแล้วเห็นผลทันตาในชาติปัจจุบันก็มี ทำแล้วให้ผลในชาติถัดไปแบบเหมารวมรวดเดียวก็มี ทำแล้วกว่าจะออกดอกออกผลต้องเข้าคิวรอไปถึงชาติถัดๆไปก็มี

การที่กรรมแต่ละแบบออกดอกออกผลได้หลายระยะนี่แหละ ทำให้คนไม่เชื่อกฎแห่งกรรมวิบาก คือต้องให้ทำปุ๊บแล้วได้ผลปั๊บ ฆ่าใครแล้วถูกฆ่าคืนทันที โกงใครแล้วถูกโกงตอบทันที เผาบ้านใครแล้วโดนเผาบ้านกลับทันที อย่างนี้จะไม่เป็นที่สงสัย แต่ที่สงสัยก็เพราะกว่าจะถูกฆ่าคืน กว่าจะถูกโกงตอบ หรือกว่าจะถูกเผาบ้านกลับ อาจกินเวลาหลายปี หรือกระทั่งต้องรอกันเป็นชาติๆได้

อย่างไรก็ตาม มีผลกรรมที่มองด้วยตาเปล่าได้ประการหนึ่ง คือหากกรรมเก่าบันดาลเหตุการณ์ดีร้ายอย่างต่อเนื่อง โอบอุ้มหรือเล่นงานเราอย่างหนักแน่น เอาชนะยาก อย่างนั้นแปลว่าคุณทำกรรมเก่าในทำนองนั้นไว้กับคนอื่นอย่างต่อเนื่องยาวนาน อาจจะทั้งชีวิต เช่นมีนิสัยชอบรบกวนชาวบ้านด้วยเรื่องจุกจิก แกล้งกวนโมโหใครต่อใครตลอดเวลาด้วยความเห็นเป็นเรื่องสนุก อย่างนี้โอกาสที่คุณจะตกไปอยู่ในวงล้อมของพวกขี้แกล้งก็สูงมาก หรือถึงแม้คนรอบตัวของคุณแสนดี ก็จะมีดินฟ้าอากาศ บ้านช่อง ทรัพย์สิน หรือความบังเอิญต่างๆนานามารบกวนไม่หยุดหย่อน เป็นต้น

และกรรมที่ให้ผลปัจจุบันทันใจที่สุดคือความเป็นผู้ศึกษาให้เห็นถูก เห็นชอบ กระทั่งเกิดศรัทธาปสาทะในกรรมวิบาก ศรัทธาหนทางดำเนินเพื่อลดละความยึดมั่นถือมั่นทั้งเรื่องภายนอกและภายใน ต่อให้คุณโดนรบกวนจากวิบากของกรรมเก่าหรือวิบากของกรรมใหม่ย่ำแย่เพียงใด ใจก็จะไม่เป็นทุกข์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็บรรเทาทุกข์ทางใจให้ลดลง มีพื้นที่ของความสุขเพิ่มขึ้นได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เรื่องวิบากของกรรมนั้นเป็นอจินไตย หมายถึงคนทั่วไปคิดนึกคาดคะเนไม่ได้ หรือแม้ใช้เหตุผลตามกำลังสติปัญญาสามัญก็ไม่ได้ แต่อจินไตยนั้นใช่ว่าจะไม่มีสิทธิ์รู้เอาเสียเลย และต่อไปนี้จะเป็นคำตอบที่แท้จริงสำหรับคำถามนะครับ เพื่อทราบเรื่องกรรมวิบากอย่างกระจ่าง ไม่สงสัยว่าเป็นผลของกรรมเก่าหรือกรรมใหม่ คุณต้อง

๑) เป็นผู้รู้จักเจตนาของตนเองและผู้อื่น เช่นที่พูดๆหรือทำๆไปนั้น เกิดจากพื้นฐานความคิดมุ่งหมายอย่างไร เป็นดีหรือเป็นร้าย เป็นบุญหรือเป็นบาป พูดง่ายๆว่าเป็นกรรมขาวหรือกรรมดำ

๒) ประมาณน้ำหนักเจตนาได้ถูกว่ามีน้ำหนักอย่างอ่อน อย่างกลาง หรืออย่างแก่กล้า ถ้าอย่างอ่อนหมายถึงคิดไม่จริงจังหรือคนอื่นไหว้วานให้ทำ ถ้าอย่างกลางหมายถึงคิดเองแต่มียั้งๆชั่งใจหวั่นไหวอยู่ ถ้าอย่างแก่กล้าหมายถึงคิดริเริ่มเองด้วยความหนักแน่นและมีความยินดีขนาดยิ้มสะใจได้ในการลงมือทำ

๓) เป็นผู้รู้จักบุญญาธิการของตนเองและผู้อื่น กล่าวคือมองออกว่าบุคคลอันเป็นเป้ากระทบของการคิด การพูด การทำนั้น กำลังอยู่ในจังหวะมีบุญคุ้มหรือไม่มีบุญคุ้ม

๔) ประมาณน้ำหนักบุญญาธิการถูก ว่าเป็นอย่างน้อย อย่างกลาง หรืออย่างมาก วัดกันที่บารมีว่าเป็นผู้เกื้อกูลมากหรือเบียดเบียนมาก ตามหลักแล้ว ผู้เกื้อกูลคนอื่นมากจะเป็นภาคขยายผลกรรมขนาดใหญ่ ใครทำอะไรมาจะมีผลสวนคืนรวดเร็วและรุนแรง

๕) เป็นผู้รู้จักวัตถุ หมายถึงทราบว่าเครื่องมือในการประกอบกรรมนั้น มีคุณหรือมีโทษ

๖) ประมาณน้ำหนักคุณและโทษของวัตถุได้ถูก กล่าวคือรู้ชัดว่าเอามาใช้กับบุคคลใดในจังหวะไหนแล้วเป็นมงคลหรืออัปมงคลเพียงใด เช่นวัตถุบางชิ้นเป็นของสำคัญและจำเป็นมาก ถ้าขโมยมาจะก่อความเดือดร้อนสาหัสแก่เจ้าของ เป็นต้น

เมื่ออ่านออกว่าองค์ประกอบหลักๆของการทำกรรมมีอยู่ดังกล่าว พอมองปราดเดียวก็จะประมาณน้ำหนักถูกว่าการคิด การพูด การทำในแต่ละครั้งของตนเองและผู้อื่น จัดเป็นบุญหรือเป็นบาปใหญ่ จะให้ผลเร็วทันตาหรือทอดระยะเวลาช้าออกไป

ขอกล่าวโดยสรุปว่าองค์ประกอบที่จะบันดาลผลอย่างรวดเร็ว คือค่อนข้างแน่นอนว่าจะปรากฏเหตุการณ์สะท้อนตอบภายในชาติปัจจุบัน หรือกระทั่งภายใน ๓ วัน ๗ วันมีดังต่อไปนี้

๑) ทำด้วยความหนักแน่น มีความยินดีเต็มใจ หรือกระทั่งเกิดโสมนัสในการทำ ไม่ว่าในเชิงกุศลหรือเชิงอกุศล

๒) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับแรงกระทำจากเรา เป็นบุคคลผู้ทรงศีล หรือเป็นผู้สงเคราะห์สังคมไว้มาก

๓) วัตถุที่เป็นเครื่องมือกระทำการมีคุณมาก

๔) ไม่มีกรรมเก่าที่เป็นตรงข้ามมาหน่วงเหนี่ยวการให้ผลไว้

จิตที่ทรงอภิญญาหรือรู้ยิ่งในกรรมวิบากนั้น จะไม่มานั่งแยกแยะเป็นข้อๆอย่างข้างต้นนะครับ พอจะรู้ก็รู้เลยแบบเหมารวมเบ็ดเสร็จทีเดียว อย่างเช่นถ้าหยั่งทราบว่ากรรมดีในอดีตยังให้ผลคุ้มกันภัย ก็จะรู้ว่าบาปใหม่ในปัจจุบันแม้อุกฤษฏ์ ก็ยังเข้าถึงตัวไม่ได้ถนัด หรือต้องรอเวลาระยะหนึ่งก่อน จะรู้ชัดว่าตรงนี้ไปใช้เหตุผลหรือความชอบชังส่วนตัวมาตัดสินไม่ได้

เมื่อสามารถพยากรณ์วิบากจากกรรมในปัจจุบันถูก คุณก็จะเขยิบไปล่วงรู้สิ่งที่ลี้ลับกว่านั้น นั่นคือทราบได้ว่าเหตุการณ์หรือสภาพหนึ่งที่กำลังปรากฏต่อหน้าต่อตานั้น เป็นผลมาจากบุญบาปในอดีตใกล้หรืออดีตไกลเพียงใด

หากอุเบกขาธรรมอย่างใหญ่ระดับผู้ทรงฌาน สามารถรู้ซอกซอนทั่วตลอดสายทั้งกรรมเล็กกรรมใหญ่ คุณก็จะทราบชัดและอธิบายได้ละเอียดลออว่าอะไรเป็นอะไร ขนาดจำแนกได้ทีเดียวว่าภาพใหญ่ของชีวิตเกิดจากการจู่โจมของบาปในอดีตแบบไหน อวัยวะใหญ่น้อยในร่างกายเกิดจากการตกแต่งของบุญในอดีตทางใด

แต่หากมีเพียงอุเบกขาธรรมอย่างเล็ก ไม่อาจทรงฌานเป็นปกติ รู้จักเพียงองค์ประกอบธรรมเบื้องต้น คุณจะทราบเพียงว่ากรรมวิบากมีจริง และเห็นคร่าวๆว่าทำบุญใหญ่ๆแล้วเป็นกรรมขาวดวงใหญ่ ให้ผลน่าชื่นใจรวดเร็ว ทำบาปใหญ่ๆแล้วเป็นกรรมดำดวงใหญ่ ให้ผลเดือดเนื้อร้อนใจในไม่ช้า กับทั้งอาจจับพลัดจับผลูจับคู่กรรมวิบากยิบย่อยต่างๆได้ถูกเป็นบางเวลา แต่ไม่สม่ำเสมอ

และหากไม่มีอุเบกขาธรรมเลย เป็นผู้มีอคติ รักแรง เกลียดแรง ต่อให้คุณศรัทธาว่ากรรมวิบากมีจริง คุณก็จะไม่ตระหนักเลยว่าทำดีได้ดีได้อย่างไร ทำชั่วได้ชั่วได้เมื่อไหร่ เพียงแต่ใจจะไม่ถลำไปในบาปลึกนัก และถ้าทำบุญก็จะทำด้วยความเลื่อมใสและมีใจเบิกบาน

ส่วนพวกที่แม้ศรัทธาในกรรมวิบากก็ยังไม่มี อย่างนี้จิตจะถูกปกคลุมหนาแน่นด้วยโมหะ อย่าว่าแต่เห็นว่าบุญเป็นบุญ เห็นบาปเป็นบาป แม้กระทั่งบาปก็อาจไพล่เห็นเป็นบุญ และแม้กระทั่งบุญก็อาจไพล่เห็นเป็นบาป จากนั้นก็หลงเพ้อผิดพลาดแหวกแนวจากความจริงไปได้เรื่อยเปื่อยไม่มีที่สิ้นสุด พูดแล้วหลอกตัวเองให้เชื่อว่าไม่พูด ทำแล้วหลอกตัวเองว่าไม่ทำก็ยังได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นอกจากนี้คุณยังเข้าใจชัด ว่าคนเราทำอาชีพแบบหนึ่งๆประสบความสำเร็จก็ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ เช่นเคยทำอาชีพนั้นมาก่อนในอดีต และทำอย่างที่จะก่อประโยชน์ ก่อความรุ่งเรืองให้ผู้อื่น หรือเคยทำบุญในด้านนั้นๆมาก่อน เช่นถ้าเคยทำขนมถวายพระบ่อยๆ ชาตินี้เปิดกิจการร้านขนมจะรุ่งเรืองมาก เป็นผู้มีรสนิยมและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขนมดีมาก เป็นต้น

ในแง่ของการประกอบอาชีพได้สำเร็จหรือล้มเหลวนั้น เป็นตัวอย่างอันดีของการจับมือกันระหว่างกรรมเก่ากับกรรมใหม่ การจะสำเร็จในอาชีพอย่างรวดเร็วนั้น คุณจะงอมืองอเท้ารอทะเลบุญหนุนเนื่องอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีอิทธิบาท ๔ คือรักงานหนึ่ง ขยันต่อเนื่องหนึ่ง ฝักใฝ่งานแทบทุกลมหายใจเข้าออกหนึ่ง ฉลาดประเมินหรือพัฒนางานเก่งหนึ่ง

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คำตอบทั้งหมดคงทำให้เข้าใจว่าคนธรรมดาไม่อาจพยากรณ์วิบากกรรม หากต้องการทราบเรื่องกรรมวิบากให้กระจ่าง คุณต้องเอาสติมารู้ มาดูความจริงเกี่ยวกับกายใจนี้มากๆ เพราะกายใจนี้แหละวิบากของกรรมเก่า และเป็นฐานที่ตั้งของกรรมใหม่ เมื่อใดรู้เรื่องกายใจนี้ดีโดยไม่มีอคติ เมื่อนั้นก็เท่ากับคุณรู้แจ้งเรื่องกรรมวิบากไปด้วย

การรู้กายใจตามจริงก็คือปฏิบัติธรรมตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสแสดงแจกแจงเป็นขั้นๆไว้ดีแล้วนั่นเองครับ (ต้องเข้าใจสติปัฏฐาน ๔ แบบพระพุทธเจ้าจริงๆด้วยนะครับ ไม่ใช่อ้างนามสติปัฏฐาน ๔ แต่คิดวิธีเอาเองตามอัตโนมัติ) พระเถระทั้งอดีตและปัจจุบันยืนยันกันถ้วนหน้าว่าวิชาของพระพุทธเจ้านี้ดีจริง ทำให้เป็นผู้รู้แจ้งเรื่องกรรมวิบากได้จริง ฉะนั้นหากปรารถนาจะรู้จักกรรมวิบากถ่องแท้ ก็ขอให้ศึกษาและฝึกฝนสติปัฏฐาน ๔ เอาเถิด ไม่ยากเกินกำลังของมนุษย์คนหนึ่งหรอกครับ



โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare041.htm











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top