ผู้เขียน หัวข้อ: จะแก้ความกลัวผีได้อย่างไร?  (อ่าน 1698 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
จะแก้ความกลัวผีได้อย่างไร?
« เมื่อ: 15 สิงหาคม 2012 | 11:00:05 PM »
ถาม – จะแก้ความกลัวผีได้อย่างไรครับ/คะ?


นี่เป็นคำถามจากปากซึ่งมีมาถี่ผิดปกติในช่วงหลังๆ แทบจะกล่าวได้ว่าไปไหนก็เจอแต่คำถามนี้จากปากทุกเพศทุกวัย ฉะนั้นนี่อาจกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของคนจำนวนมาก ก็ขอจาระไนโดยละเอียดในคราวเดียวเลยแล้วกัน

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัมผัสทางวิญญาณ

โอกาสที่คนๆหนึ่งจะเห็นผีทั้งลืมตา หรือยินเสียงผีกับแก้วหู หรือได้กลิ่นผีด้วยจมูกนั้น หาใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายนัก จิตของคนเจอผีต้องมีสื่อวิญญาณ คือพูดง่ายๆว่ามีสภาพที่เป็นช่องทางเชื่อมต่อกับพวกเปรตหรือเทวดาได้ ที่เรียกกันว่า ‘ผี’ นั้น ส่วนใหญ่คือเปรตนั่นเองครับ อาจมีบ้างที่เป็นเทวดาชั้นต้นๆ สัมผัสที่หกของคุณจะแยกแยะได้เองว่าใครเป็นใคร

ถ้าเป็นเปรตที่บาปหนา คลื่นจิตเขาจะหยาบและน่าสะพรึงกลัว ทำให้บรรยากาศรอบตัวเยียบเย็น และความเยียบเย็นนั้นกระทบความรู้สึกของคุณให้หนาวสันหลัง ขนลุกซู่ หรือกระทั่งรับได้แม้คลื่นความประสงค์ร้าย เปรตพวกนี้มักเคยเป็นอันธพาล หรือเคยจองเวรกับคุณมา กรรมสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณ หรือบาปบางอย่างของคุณ จะทำตัวเป็นประตูเชื่อมให้เกิดสัมผัสสยองขนขึ้นได้ นิสัยชอบแกล้ง ชอบข่มเหงรังแกที่ติดอยู่ในสันดานเปรต จะยุให้เขาใช้ตบะในตัวกระทำกับคุณ อาจพยายามให้คุณเห็นในฝัน หรือถ้าเก่งกว่านั้นคือให้คุณเห็นทั้งกำลังลืมตาตื่น แต่โดยมากเขาจะทำความรู้สึกถึงอำนาจที่น่ากลัวในตนเอง แล้วแผ่อำนาจนั้นออกไปกระทบจิตคุณแรงๆ เพื่อให้ขนลุกซ่านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หากคุณเคยเป็นนักเลงที่ชอบข่มขวัญคนอื่นด้วยการเดินย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ ก็จะเป็นประมาณเดียวกันกับที่เปรตอันธพาลพวกนี้ชอบทำกัน อย่างไรก็ตาม เปรตที่บาปหนามักโดนขังไว้ด้วยกำแพงบาปในเขตจำกัด คุณต้องเข้าไปในที่อยู่ของเขา กับทั้งต้องมีเหตุผลบางอย่างจึงจะเชื่อมติด สัมผัสพบเจอเขาได้ สรุปคือไม่ใช่เรื่องง่ายที่เปรตบาปหนาจะมาเกี่ยวข้องกับมนุษย์ทั่วไป

ถ้าเป็นเปรตที่บาปน้อย คลื่นจิตจะน่าสงสาร แต่บาปที่ห่อหุ้มจิตเขาไว้ จะทำให้คุณรู้สึกกลัวขึ้นมาอยู่ดี หากคุณเคยรับคลื่นความทรมานของสัตว์บาดเจ็บ คุณสมเพช ขณะเดียวกันก็เกิดความขยาด นึกแขยงในแผลเหวอะหวะของมัน ก็เป็นในทำนองเดียวกัน บาปอกุศลไม่ได้แค่เล่นงานเจ้าตัว แต่ยังมีอิทธิพลกระทบให้ผู้อื่นรู้สึกหนาวๆตามไปด้วย เปรตจำพวกนี้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์อาจเคยช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก หรือเคยมีความผูกพันกับคุณมาโดยตรงในฐานะคนรู้จักที่จดจำกันได้ กรรมเหล่านั้นจะเปิดช่องให้เขาเห็นความสว่างในคุณ พร้อมทั้งรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าคุณคือที่พึ่ง เหมือนเขาทราบว่าหน่วยก้านคนเป็นหมอที่น่าจะให้ยาแก้ไข้กับเขาได้ คุณสามารถทำบุญแล้วอุทิศบุญให้เขา เพียงใจเขารับบุญอันเป็นความสว่าง จิตที่มืดหม่นทนทุกข์อยู่ก็จะดีขึ้น วิธีขอส่วนบุญของเปรตมีได้หลากหลาย แต่อยากสรุปคือมนุษย์ส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือ โดยมากพวกเปรตเหล่านี้จึงชวดในสิ่งที่ต้องการกัน

ถ้าเป็นเปรตมีบุญอยู่บ้าง พวกนี้บางทียังมีความทรงจำครั้งเป็นมนุษย์อยู่ ยังจำได้ว่าเคยเกี่ยวข้องกับใครมา หากคุณเคยสนิทกับเปรตจำพวกนี้มากๆ เขาเห็นคุณแล้วอยากทักคุณ ก็อาจบันดาลเสียงขึ้นมา คุณจึงอาจรู้สึกเหมือนหูแว่วได้ยินเพื่อนซี้เรียกจากข้างหลัง เป็นต้น โดยมากทักสองสามครั้ง อยากให้คุณพูดอะไรกับเขาบ้าง ถ้าเขาทำเสียงให้คุณได้ยินกับหูนี่แต่ละคำต้องใช้กำลังจิตมหาศาล ฉะนั้นจะพูดสั้นที่สุดเช่นเรียกชื่อ พอเรียกเสร็จหรือฟังคุณโต้ตอบเสร็จก็ไป ไม่รบกวนอีก เนื่องจากไม่ได้ต้องการพึ่งพาอะไร เปรตพวกนี้พอใช้หนี้บาปด้วยการร่อนเร่ในภพเปรตหมดก็มักเข้าท้องคนใหม่ หรือถ้าเจอบาปอีกชุดกระหน่ำซัดก็อาจเข้าท้องสัตว์ สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมจะให้ผล

ถ้าเป็นเทวดาซึ่งมีนิวาสสถานเรี่ยดิน คือมีความใกล้มนุษย์ ยังมีความผูกพันกับมนุษย์ อาจอาศัยตามต้นไม้ใหญ่หรือศาลพระภูมิ มีกรรมสัมพันธ์บางอย่างกับมนุษย์ เช่นรับเครื่องเซ่นไหว้ได้ พวกนี้จะให้สัมผัสเย็นสบาย ขณะสัมผัสคุณจะเย็นใจ เหมือนอยู่ๆคิดดี อารมณ์ดีขึ้นได้เอง อยากให้ทราบจากข้อนี้ ว่าประสบการณ์สัมผัสวิญญาณนั้น อาจเกิดขึ้นกับตัวคุณมาแล้ว และไม่จำเป็นต้องเป็นสัมผัสสยองเสมอไป เทวดาไม่ใช่ ‘ผีที่น่ากลัว’ ตามนิยามไทยๆ แล้วก็ไม่ใช่ว่าต้องดึงดูดพลังงานความร้อนไปจนอากาศเย็นเหมือนอย่างที่หนังฝรั่งบางเรื่องบอกไว้ ตรงข้าม คุณอาจรู้สึกอบอุ่นสบายขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเทวดาเสวยภพสวรรค์ได้ก็ด้วยบุญ บุญเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความรื่นเริงยินดี ไม่เฉพาะเจ้าตัว แต่พลอยได้กับคนรอบข้างด้วย

ถ้าเป็นเทวดาชั้นสูง มีเยื่อใยกับมนุษย์น้อย แต่ก็คอยอนุโมทนากับบุญใหญ่ๆที่มนุษย์ทำด้วยจิตประกอบมหาโสมนัส พวกนี้จะทำให้คุณอบอุ่นยิ่ง บันดาลปีติที่มากอยู่แล้วให้กว้างขวางขึ้นไปอีก หลายครั้งที่ทำบุญใหญ่แล้วเปี่ยมสุขเหมือนขึ้นสวรรค์ ก็อาจเป็นได้ที่คุณสัมผัสกระแสสวรรค์อันเกิดจากแรงอนุโมทนาของเหล่าเทพชั้นสูงเหล่านี้

ถ้าเป็นพระพรหม ซึ่งถือกำเนิดในภพพรหมได้ด้วยสมาธิจิตระดับฌาน อันนี้อย่างมากท่านก็มาในรูปของกระแสจิตอนุโมทนาบุญ คนธรรมดาสัมผัสแล้วไม่ค่อยรู้สึก เพราะจิตของพรหมใหญ่มาก ต้องมีเมตตาจิตละเอียดประณีตหรือเจริญสมาธิได้ถึงฌาน จึงจะรู้จักกระแสจิตประเภทนี้ สัมผัสกระทบที่รับจะเหมือนดวงกุศลขนาดมหึมาครอบโลก หรือเหมือนดวงอาทิตย์ที่แผดแสงกุศลสว่างอยู่เหนือพื้นพิภพขึ้นไป หรือเหมือนสัมผัสที่ทรงอำนาจน่าคร้ามเกรง โดยเฉพาะถ้าเป็นมหาพรหมผู้ยิ่งใหญ่ สัมผัสของท่านจะกดให้คนธรรมดาต้องคุกเข่าแหงนหน้าขึ้นไหว้ฟ้าทั้งฟ้าแทนองค์ท่านทีเดียว

สัมผัสวิญญาณของจริงยังแยกย่อยได้อีกมาก ที่กล่าวมาเป็นเพียงคร่าว แต่สรุปตรงนี้ว่าสัมผัสวิญญาณมีจริง และสัมผัสก็มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณไปสัมผัสเข้ากับใคร ภูมิจิตระดับไหน เหตุผลที่สัมผัสคืออะไร ด้วยภาวะมนุษย์ธรรมดาที่ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องต่างมิติ โดยมากคุณไม่มีเหตุผลสมควรที่จะใส่ใจ แม้สามารถสัมผัสได้จริงก็ตาม คนทั่วไปแค่คุยกับคนด้วยกันก็สื่อสารยากจะแย่อยู่แล้ว ก็ไม่ทราบจะพยายามสื่อสารกับเพื่อนร่วมทุกข์ต่างมิติไปทำไมอีก อย่างมากพระพุทธเจ้าจะทรงแนะนำให้แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลให้สรรพวิญญาณที่มองไม่เห็น เพื่อผูกมิตร เพื่อตั้งคลื่นจิตให้เป็นเครื่องสงบของกันและกันเท่านั้น


ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัมผัสผีอุปาทาน

ในบรรดาผีทั้งหลาย ผีอุปาทานในตัวเราน่ากลัวที่สุด เพราะไม่จำเป็นต้องมีอยู่จริง ขอแค่มีอยู่ในใจเราแบบเก๊ๆ มันก็สามารถติดตามเราไปได้ทุกหนทุกแห่ง ไม่จำกัดกลางวันกลางคืน ไม่จำกัดว่าต้องเป็นในห้องน้ำหรือในห้องนอน

ผีอุปาทานเกิดจากหลายสาเหตุ และบางสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องน่าดูเบา เพราะในโลกนี้ ไม่มีใครเป็นศัตรูกับตัวคุณได้ร้ายเท่าจิตและกรรมของคุณเอง ขอเพียงหลงตั้งจิตไว้ผิด จิตของคุณจะแผลงฤทธิ์เป็นจริงเป็นจัง เหนือกว่าศัตรูที่มีตัวเป็นๆให้จับต้องได้มากนัก

คุณอาจยิ้มๆ เมื่อฟังว่าเทคโนโลยีสร้างเกมและเทคโนโลยีสร้างหนังในปัจจุบันก้าวหน้าเพียงใด ทำให้เกิดความสมจริงสมจังได้ขนาดไหน แต่คุณอาจตระหนก ถ้าทราบว่ายิ่งเกมหฤโหดกับหนังสยองขวัญสมจริงขึ้นเพียงใด จิตมนุษย์จะยิ่งถูกดึงดูดให้เข้าสู่หลุมดำแห่งบาปอกุศล ถอนตัวยากมากขึ้นเท่านั้น เพราะภพอันน่ากลัวจะก่อตัวในจิตทีละน้อยเหมือนไม่เป็นไร พอรู้สึกตัวอีกทีก็ถูกดูดติดอยู่กับภพแห่งความน่ากลัวนั้นแล้ว

ความกลัวเป็นกิ่งก้านสาขาของโทสะ โทสะเป็นมูลเหตุแห่งความวิกลจริต ความคลุ้มคลั่ง ความกระวนกระวายเร่าร้อนหลอนประสาท ขอเพียงโทสะมีกำลังกล้าแข็งพอ จิตที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ย่อมเห็นอะไรไปได้สารพัด เหมือนตกอยู่ในห้วงฝันที่คนไม่อาจแยกออกว่าภาพเสียงเป็นของจริงหรือของหลอก

สรุปคือผีอุปาทานไม่ใช่วิญญาณที่มีให้สัมผัสได้จริง แต่เป็นความปรุงแต่งทางจิต มีตัวตนอยู่ได้ด้วยความหลงคิด หลงเชื่อ หลงกลัวแบบผิดๆ อาจตั้งต้นง่ายๆจากการถูกชักจูงให้คิดถึงความน่ากลัวที่ไม่มีอยู่จริงตรงหน้า เมื่อความกลัวพอกพูนขึ้นหนาพอก็เกิดฤทธิ์ ฤทธิ์ของความกลัวทำให้เกิดอุปาทาน เกิดความยึดมั่นทางจิตได้แผ่วๆ เช่นเห็นเงาไม้ไหววูบวาบแต่รู้สึกราวกับเป็นแขนอสูรร้าย ตลอดจนเกิดความยึดมั่นรุนแรง ขนาดเห็นภาพและได้ยินเสียงชัดเจนท่ามกลางบรรยากาศมืดๆแบบที่ตนเองตั้งความกลัวไว้ก่อน

อุปาทานอันเกิดจากจิตยึดมั่นรุนแรงนั้น จะเล่าให้ใครฟังก็กลัวโดนหาว่าบ้า ทั้งที่ตนเองรู้อยู่ว่าเห็นจริงๆ เห็นชัดมาก ได้ยินชัดมาก นับว่าน่าเห็นใจ เนื่องจากคนธรรมดาไม่มีทางแยกได้ออก ว่าอันไหนผีจริง อันไหนผีอุปาทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่อาจตระหนัก ว่าผีจริงนั้นไม่น่ากลัวเอาเลย ผ่านมาแล้วเดี๋ยวก็ผ่านไป แต่ผีอุปาทานนี่ร้ายนัก เพราะผ่านมาแล้วมักจะขอสิงสถิตอยู่กับจิตเราเลย ไม่อพยพย้ายไปไหนง่ายๆ

ขอให้เข้าใจว่าความกลัวระดับขี้ขึ้นสมองที่ต่อเนื่องยาวนานนั้น จะทำให้เกิดการหลั่งสารที่เป็นโทษบางอย่างออกมา ทำให้ตกอยู่ในภาวะคล้ายฝัน สามารถเห็นนิมิตอย่างโน้นอย่างนี้ทั้งลืมตาตื่น ขอเพียงถูกกระตุ้นด้วยเรื่องน่ากลัวในชีวิตจริงบางอย่าง เช่นเห็นใครจ้องมาด้วยแววตาดุดันอาฆาต ก็อาจฝังใจ แล้วไปบวกเข้ากับฉากสยองของบรรดาหนังและเกมที่สั่งสมไว้ในหัวมาช้านาน ก่อตัวเป็นภาพหลอกเสียงหลอนขึ้นมาโดยไม่ต้องหลับฝัน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นได้ครั้งหนึ่ง ก็มักเกิดขึ้นอีกและอีก เหมือนถูกบุกประตูรั้วพังครั้งหนึ่งก็ไม่ยากที่จะมีครั้งต่อๆไป

เมื่อเข้าใจเช่นนี้ ทางที่ดีคือหลีกเลี่ยงจากเรื่องชวนเป็นโรคจิตทุกชนิดตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าเป็นหนังสยองขวัญ เกมหฤโหด หรือกระทั่งข่าวอาชญากรรมหลอนๆ แล้วหันหน้าเข้าหานิมิตดีๆ เจริญตาเจริญใจ หมั่นสวดมนต์กราบไหว้พระพุทธรูปสวยๆที่เลื่อมใสเป็นส่วนตัว หมั่นคิดช่วยเหลือคนตกยากให้จิตอ่อนโยนเปี่ยมเมตตา เท่านี้ระดับความกลัวและอาการหวาดระแวงอย่างไร้เหตุผลก็จะลดลงไปเอง

พวกเรากำลังตกอยู่ท่ามกลางม่านหมอกพิษ ไม่เฉพาะจากมลภาวะทางอากาศ แต่จากมลภาวะทางจิตของผู้คนที่เต็มไปด้วยความโลภ ความโกรธ และความหลงผิด ความจริงเคยมีคนทำวิจัยเกี่ยวกับเกมโหดและภาพยนตร์ที่กระตุ้นความโกรธ ความเกลียด และความรุนแรงนั้น ถึงขั้นทำให้แยกไม่ออกว่าอันไหนโลกความจริง อันไหนโลกจำลอง ยิ่งเกมและภาพยนตร์สมจริงขึ้นเท่าไร อันตรายก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้น แต่เม็ดเงินในธุรกิจหมื่นล้านนั้น ใหญ่โตราวมหาสมุทรที่ท่วมทับมโนธรรมนักธุรกิจ ไม่มีใครสนใจผลกระทบ มีแต่คนสนใจวิเคราะห์ตัวเลขทางการตลาดว่าปีนี้ปีหน้าจะพุ่งสูงแค่ไหน

นี่เป็นเครื่องสะท้อนอย่างหนึ่ง ว่ารสชาติของบาปอกุศลอาจน่าติดใจ แต่ผลของบาปอกุศลย่อมเผ็ดแสบชวนขนพองสยองเกล้าเสมอ คุณไม่อาจห้ามโลกไม่ให้ไหลลงต่ำ แต่คุณห้ามใจตัวเองไม่ให้หลงตามไปกับเขาได้ครับ กันไว้ดีกว่าแก้ ส่วนใหญ่หลงเพลินตั้งแต่เด็กแล้วค่อยมาคิดแก้กันตอนโต คิดดูว่าสั่งสมความกลัวมากี่ปี แล้วต้องใช้พลังศรัทธาและความเลื่อมใสสิ่งศักดิ์สิทธิ์หนักหนาเพียงใดกว่าจะเอาชนะได้

วิธีตั้งสติรับมือกับความกลัว

ไม่ว่าผีจริงหรือผีอุปาทาน หากคุณมีความเลื่อมใสในพระพุทธคุณ มีจิตใจอ่อนโยนเปี่ยมเมตตามากพอ ก็แก้ความกลัวได้ครอบจักรวาล ขอเพียงให้ทานบ่อยๆ รักษาศีลให้สม่ำเสมอ ก็จะเกิดความอบอุ่นใจ อยากเผื่อแผ่ความสุขความดีงามให้เพื่อนร่วมทุกข์ทั้งหมดในจักรวาลไปเอง

เมื่อใจกว้าง เห็นทุกวิญญาณเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ปรารถนาให้พวกเขาเป็นสุข ด้วยอานุภาพแห่งความสุขอันเกิดจากเมตตาจิต จะสลายความกลัวในจิตใจคุณลงอย่างเห็นได้ชัด เหมือนแสงสว่างสาดเข้ามา ความมืดย่อมถูกขับไล่ให้หายไป ฉะนั้น

แต่ช่วงต้นหากเมตตายังไม่มากพอรับมือ คุณก็ต้องอาศัยสติ เมื่อใดเกิดความกลัว ให้ดูเข้ามาในใจ เห็นให้ได้ชัดๆว่าจิตของคุณมีตัวตนตัวหนึ่ง คิดว่าตัวเองจะถูกทำร้าย พอใช้สติพิจารณาดู ก็จะเห็นว่า ความรู้สึกในตัวตนที่สำคัญว่าจะถูกทำร้ายมีจริง แต่การโดนทำร้ายไม่ได้เกิดขึ้นจริง

หากเห็นชัดเช่นนี้ ตัวตนอันเป็นอุปาทานจะเบาบางลง ต่อให้ตาเห็นนิมิตจริง ก็จะกลัวน้อยลง เพราะอาการยึดมั่นทางจิตคลายลง นี่เป็นหลักครอบจักรวาล จิตที่ยึดน้อยจะกลัวน้อยหรือไม่กลัวเลย ส่วนจิตที่ยึดมากจะกลัวมากหรือเป็นโรคประสาทได้

เมื่อฝึกรู้สติบ่อยๆ จนกระทั่งตัวตนผู้ถูกจ้องเล่นงานเหมือนหายไปจากจิต ที่เหลืออยู่ในจิตคือสติเท่าทันความจริง ต่อไปพอเกิดความกลัว แค่รู้ทันว่ากลัว เห็นความกลัวเป็นเพียงพยับแดดในใจ ความกลัวก็จะเหือดหายไปในทันทีครับ


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare099.htm











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top