ผู้เขียน หัวข้อ: ความเป็นมาของพรหมลิขิต  (อ่าน 2018 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
ความเป็นมาของพรหมลิขิต
« เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2012 | 05:21:04 PM »
ถาม – คำว่า ‘พรหมลิขิต’ มีความเป็นมาอย่างไรคะ?



ตามตำนานนะครับ มีพระพรหมซึ่งเป็นเทพผู้ทรงฌานท่านหนึ่ง อายุยืนยาวจนลืมความเป็นมาของตัวเอง เห็นแต่ความเกิดดับของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย แต่ไม่เห็นความเกิดดับของตนเอง ก็เกิดความหลงเข้าใจว่าตนเป็นผู้สร้างโลก สร้างสวรรค์ สร้างจักรวาล และความเชื่อนี้พลอยตกทอดลงมาถึงมนุษย์ผ่านเทวดา ผ่านร่างทรง ผ่านการเข้าฝัน จนกระทั่งผ่านมนุษย์รุ่นต่อรุ่น หาที่มาชัดเจนไม่เจอ

เมื่อเชื่อเสียแล้วว่าพระพรหมเป็นผู้สร้าง ดังนั้นชะตากรรมทั้งหมดก็ต้องมีพระพรหมเป็นผู้ลิขิต แต่ถามว่าทำไมพระพรหมมีเวลาลิขิตมากนัก สัตว์เป็นหมื่นล้านแสนล้านขนาดนี้ ก็จะไม่พบคำตอบ คำตอบสุดท้ายคือพระพรหมเป็นผู้ลิขิต หาทางพิสูจน์หรือหาคำอธิบายให้ยิ่งไปกว่านี้ไม่ได้

จุดและที่สำคัญคือ เมื่อเชื่อว่าพระพรหมเป็นผู้ลิขิตเสียแล้ว ก็แปลว่าเราไม่มีทางแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนอะไรๆให้ดีขึ้นเลย ทุกอย่างถูกกำหนดไว้เรียบร้อยตั้งแต่เกิดจนตาย แบบเดียวกับเราเป็นนกหนูในกรงทดลองที่คนอยากกำหนดให้มีอันเป็นไปอย่างไรก็ได้ ไม่มีทางหือ

แต่ถ้าเราเชื่อตามหลักพุทธศาสนาที่ว่าตัวเราเองลิขิตตัวเองด้วยกรรม ใครทำกรรมอันใดไว้ ย่อมเป็นทายาทของกรรมนั้นๆ อันนี้พอหาทางพิสูจน์และอธิบายกันได้ เช่นว่าถ้าเราดวงไม่ดี เจอแต่คนรักเลวๆ ก็แปลว่ากรรมเก่าเราทำให้คนอื่นมีชะตากรรมไม่ดี และเราก็อาจจะเคยเลวกับคนรักในปางก่อน

วิธีพิสูจน์นั้น ก็ยืนพื้นอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า ถ้าเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นด้วยกรรมดำ เราก็ต้องสร้างเรื่องดีมาสู้ได้ด้วยกรรมขาวอันเป็นขั้วตรงข้ามเช่นกัน เช่นเมื่อหมั่นสร้างชะตากรรมดีๆให้ผู้ด้อยโอกาส หมั่นให้อภัยไม่อาฆาตคนร้ายกับคุณ กัดฟันทำแต่กรรมขาวจนกระทั่งความดีงามตั้งมั่นในคุณ หากเรื่องของกรรมวิบากมีจริงชะตากรรมของคุณก็ต้องดีขึ้นภายในชาตินี้ กรรมย่อมไม่ปล่อยให้คุณต้องมัวน้อยใจวาสนา ไม่ปล่อยให้รอถึงชาติหน้าเหมือนอย่างพรหมลิขิตอย่างแน่นอน

และเท่าที่พบกันมานักต่อนัก ทันทีที่คนเราเริ่มเชื่อว่ากรรมเป็นตัวลิขิตชะตานี่นะครับ ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นทันที อย่างน้อยเรามีเหตุผลอธิบายตัวเองว่าทำไมต้องเป็นเรา และเจออะไรอย่างที่เคยเจอ จิตที่มีศรัทธาแบบพุทธจะคล้อยไปในเส้นทางของเหตุผลและปัญญา ซึ่งทำให้เกิดความสว่าง ความอบอุ่น และความไม่หลงงมงายด้วยความเชื่อสืบๆกันมาครับ


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare086.htm











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top