ผู้เขียน หัวข้อ: มาตาฮารี  (อ่าน 4551 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

tisanai

  • Administrator
  • สมาชิกใหม่
  • *****
  • กระทู้: 1
  • ขอบคุณ: 0
มาตาฮารี
« เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2011 | 07:49:46 PM »
เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ ๑ แล้ว มีบุคคลหนึ่งซึ่งไม่อาจจะละเลยได้ นั่นก็คือ สายลับหญิงผู้มีชื่อเสียง นามว่า มาตาฮารี (Mata Hari) สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่ : ยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๕ อักษร L-O อธิบายว่า
   
มาตาฮารี เป็นสายลับหญิงชาวดัตช์ มีชื่อจริงว่ามาร์กาเรทา เกร์ทรูดา เซลลา (Margaretha Geertruida Zella) เกิดเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๗๖ ในครอบครัวที่มีฐานะดี ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวในบรรดาพี่น้อง ๕ คน มาตาฮารีเป็นคนรักสวยรักงาม เป็นเด็กฉลาด และมีทักษะทางด้านภาษาอย่างมาก  ต่อมาเมื่อมาตาฮารีอายุได้ ๑๓ ปี บิดาล้มละลายเพราะลงทุนผิดพลาดในตลาดหุ้นและทิ้งครอบครัวไป มารดาล้มป่วยและเสียชีวิตในอีก ๒ ปีต่อมา เธอจึงถูกส่งไปอยู่บ้านอุปถัมภ์ และได้เข้าเรียนในโรงเรียนฝึกหัดครู แต่ต่อมาก็ลาออกเพราะเธอรู้ตัวว่าไม่ชอบเด็ก และไม่อาจจะทนเป็นครูสอนเด็ก ๆ ได้
   
มาตาฮารีแต่งงานกับรูดอล์ฟ แมกเลาด์ (Rudolph Macleod) นายทหารชาวดัตช์เชื้อสายสกอตซึ่งเป็นนักดื่มตัวฉกาจ ต่อมาเขาย้ายมาประจำการที่เกาะชวาซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ เธอหลงใหลในวัฒนธรรมพื้นเมือง และเรียนภาษามลายู อีกทั้งยังชอบนุ่งโสร่งแบบคนพื้นเมือง เธอชอบเต้นรำแบบพื้นเมืองและตั้งชื่อการเต้นรำนั้นว่า “มาตาฮารี” แปลว่า “ดวงตาแห่งรุ่งอรุณ” (ซึ่งต่อมาเธอใช้ชื่อนี้ในอาชีพนักเต้นรำของเธอ) มาตาฮารีมีลูก ๒ คน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง สามีของเธอมีภรรยาน้อยเป็นชาวพื้นเมืองหลายคน  ชีวิตคู่ของมาตาฮารีมาถึงจุดแตกหักเมื่อลูกชายของเธอถูกวางยาพิษเสียชีวิตด้วยฝีมือของภรรยาน้อย และสามีก็ปฏิบัติต่อเธออย่างเลวร้าย ต่อมาเมื่อทั้งสองเดินทางกลับเนเธอร์แลนด์ มาตาฮารีจึงขอหย่าและได้สิทธิเลี้ยงดูบุตรสาว แต่ในที่สุด เธอก็ต้องยกลูกสาวให้สามีเพราะเธอไม่มีรายได้ที่จะเลี้ยงดูลูก หลังจากนี้ไปชีวิตอันโลดโผนของเธอจะเริ่มต้นขึ้น

ใน ค.ศ. ๑๙๐๓ มาตาฮารีเดินทางไปแสวงโชคที่กรุงปารีส ขณะนั้นเธออายุ ๒๗ ปี เธอได้รู้จักกับนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส เขาแนะนำให้เธอทำอาชีพนางระบำเปลื้องผ้า และให้การสนับสนุนทางการเงินโดยเปิดการแสดงให้เธอในนาม “มาตาฮารี” เพียงเวลาไม่นานเธอก็มีชื่อเสียงโด่งดังในวงสังคมชั้นสูงทั้งยังได้ไปแสดงตามเมืองใหญ่ ๆ ในยุโรปด้วย ต่อมา มีผู้ลอกเลียนแบบการแสดงของเธอ ทั้งยังสาวกว่าและสวยกว่าเธอ ทำให้ความนิยมในตัวมาตาฮารีลดลง เธอติดนิสัยฟุ่มเฟือยจึงมักขาดเงินบ่อย ๆ จนในที่สุด เธอก็ต้องมาเป็นหญิงงามเมือง
   
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๑ มาตาฮารีรู้จักกับหัวหน้าหน่วยจารกรรมเยอรมัน เขาขอให้เธอเป็นสายลับเพื่อล้วงความลับจากนายทหารฝรั่งเศสที่มาติดพันเธอ  ต่อมาเธอได้พบรักกับนายทหารรัสเซียซึ่งอายุน้อยกว่าและจะแต่งงานกัน แต่เขาบาดเจ็บและเสียตาข้างซ้ายไป มาตาฮารีต้องการไปเยี่ยมคนรัก แต่เนื่องจากเขาอยู่ที่เขตห้ามพลเรือนเข้าในประเทศเบลเยียม เธอจึงไปขอความช่วยเหลือจากทหารฝรั่งเศสซึ่งยื่นข้อเสนอให้เธอไปล้วงความลับทางทหารของเยอรมนีมาให้ได้และจะจ่ายเงิน ๑ ล้านฟรังก์เป็นค่าตอบแทนด้วย
   
สงครามทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เธอไม่สามารถเดินทางตรงไปเบลเยียมได้ ต้องอ้อมไปทางสเปน เข้าอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม ตามลำดับ แต่ก็ไปไม่ถึง เธอถูกจับที่อังกฤษด้วยข้อหาเป็นสายลับเยอรมัน ฝรั่งเศสขอให้อังกฤษปล่อยตัวเธอ อังกฤษยอมปล่อยแต่ส่งเธอไปสเปน ที่นั่นเธอได้ข่าวลับของเยอรมันจึงรีบเดินทางกลับฝรั่งเศส แต่ข่าวที่ได้มาเป็นกลลวง เยอรมนีรู้ว่ามาตาฮารีเป็นสายลับจึงแกล้งปล่อยข่าวให้ฝรั่งเศสเข้าใจผิดว่ามาตาฮารีหักหลังฝรั่งเศสและเป็นสายลับเยอรมัน เมื่อถึงปารีสเธอจึงถูกจับในข้อหาเป็นสายลับเยอรมัน แม้เธอจะยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ศาลก็ตัดสินว่าเธอมีความผิดต้องถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า มาตาฮารีเดินขึ้นสู่หลักประหารอย่างองอาจโดยไม่ยอมให้ปิดตาและมัดมือ เธอถูกประหารเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๑๗ ขณะอายุ ๔๑ ปี
   
สำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อข้องใจในการใช้ภาษาไทยติดต่อได้ที่ ราชบัณฑิตยสถาน โทร.0-2356-0466-70 หรือทางอินเทอร์เน็ตที่ http://www.royin.go.th

ปิยรัตน์ อินทร์อ่อน











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top