ผู้เขียน หัวข้อ: มนต์เสน่ห์"น่าน"...เมืองเล็กหลากวัฒนธรรมกำลัง"HoT"อ้าแขนรับความเจริญ"บดขย้ำ!!"  (อ่าน 6087 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

THEFullMooNs

  • สมาชิก
  • **
  • กระทู้: 28
  • ขอบคุณ: 1
  • เพศ: หญิง
  • จงพอใจในสิ่งที่ตนเป็น ถึงแม้จะเลวร้ายสักเพียงใด



กระแสเที่ยว "น่าน" ในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้...

 

 

ดูจะ "เนื้อหอม" เป็นที่ "ชมชอบ" รุมตอม และ "จับตา" ของใครต่อใครเข้ามากขึ้นๆ เข้าให้แล้ว !!!

 

 

หลังจากที่เป็น "ม้านอกสายตา" ถูก "มองข้าม" กว่าในบรรดาแผ่นดินล้านนาบนสุดของดินแดนขวานทองด้ามนี้ ด้วยเป็นจังหวัดเล็กๆ  ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เท่า เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แม่ฮ่องสอน ฯลฯ 

 

 
[imghttp://www.matichon.co.th/online/2011/01/12957893981295790897l.jpg]http://[/img]

แต่ทว่า หากได้มีโอกาสมาเยือน  "น่าน" หลายคนกลับรู้สึกเหมือน "ต้องมนต์ขลัง" ให้รู้สึก "หลงรัก"อย่างไม่น่าเชื่อ

 

พื้นที่กว่าร้อยละ 80  ของ จ.น่าน อุดมด้วยป่าไม้และภูเขา  แหล่งกำเนิดต้นแม่น้ำน่าน จึงทำให้ที่นี่มีธรรมชาติที่ยังค่อนข้างสมบูรณ์  มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลาย แถมยังปกคลุมด้วยอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี   ไม่ว่า จะเป็น ที่ "ดอยภูคา" แหล่งที่อยู่ของ "ต้นชมพูภูคา"  พันธุ์ไม้หายากแห่งเดียวในโลก   ,ลานทุ่งหญ้าคา ลานหินสวยงาม ยอด "ดอยภูแว"  บนอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ 


 

 


หรือจะขึ้นไปนอนดูพระอาทิตย์ขึ้นและตก พร้อมกับแหงนหน้าดูดาวท่ามกลางอากาศหนาวๆ  ที่ "ดอยเสมอดาว"  อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.เมืองนาน้อย  นอกจากนี้ ยังมี  ผาหัวสิงห์ ผาชู้ เสาดินนาน้อย  แก่งหลวง หมู่บ้านประมงปากนาย   บ่อเกลือโบราณ ให้ได้ท่องเที่ยว สัมผัสความสวยงามอีกเพียบ 

 


ถ้าอยาก"ล่องแก่งตามลำน้ำว้า"ที่ทั้งสวยงามและท้าทาย  ต้องที่ "อุทยานแห่งชาติแม่จริม" อ.แม่จริม   

 

 

โรแมนติกได้ทุกๆ ปลายปี ไม่ต้องไปญี่ปุ่นให้เปลืองค่าตั๋วเครื่องบิน ขึ้นไปที่ "อุทยานแห่งชาติขุนสถาน" อ.นาน้อย   รัวชัตเตอร์ กดถ่ายรูปไม่ยั้งกับดอกซากูระเมืองไทย อย่างต้น "นางพญาเสือโคร่ง" ต้นไม้ประจำจังหวัดน่าน

 




อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน   อ.ท่าวังผา งามงดไม่แพ้กัน หรือจะไปเส้นทางชมธรรมชาติหมู่บ้านมณีพฤกษ์ ในอ.ทุ่งช้าง แวะเก็บบรรยากาศชมภาพวาดสวยๆ "ณ หอศิลป์เมืองน่าน"  เป็นต้น

 

 

 

 

"น่าน" หรือในชื่อเดิม  นันทบุรีศรีนครน่าน เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ   ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของ"นครรัฐน่าน" อายุยาวนานกว่า 600 ปี  มีเจ้าผู้ครองนครน่าน ต่อเนื่องยาวนานถึง 64 องค์   ปัจจุบันประกาศเป็นเขตอนุรักษ ์เมืองเก่าน่าน หลายที่  อาทิ "ข่วงเมืองน่าน"  ลานประกอบพิธีและแสดงทางด้านวัฒนธรรมของจังหวัด

 




ที่โด่งดัง รู้จักกันทั่ว ได้แก่ ภาพ "กระซิบรักบันลือโลก" ณ   "วัดภูมินทร์" ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง "ปู่ม่านญ่าม่าน"  ชายหนุ่มกับหญิงสาวในชุดแต่งกายแบบพม่าหรือไทใหญ่ กำลังยืนกระซิบกระซาบกัน ซึ่งภาพดังกล่าวนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่านอีกสิ่งหนึ่ง  จนมีจิตรกรรุ่นหลังหลายคนนำไปวาดล้อเลียนหลายเวอร์ชั่นด้วยกัน 



 

 

 

   ในวัดแห่งนี้ยังมี ภาพวาดจิตรกรรมที่น่าสนใจ ตื่นตาตื่นใจอีกมาก จากการเล่าผ่านภาพในนิทานชาดกเรื่อง "คันธกุมาร"  สอดแทรกวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชาวน่านในอดีตอื่นๆ  กระทั่งถูกยกย่องเป็น "ที่สุด" ของภาพจิตรกรรมฝาผนังล้านนาและของประเทศ

 

แต่ที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้  นั่นคือ "พระธาตุแช่แห้ง"  พระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองน่าน องค์สีทองสุกปลั่ง เด่นตระหง่านบนเนินเขาลูกเตี้ยๆ   ณ  อ.ภูเพียง   พระธาตุแห่งนี้ เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต  ทั้งยังเป็น พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีเถาะ อีกด้วย  โดยชาวล้านนาเชื่อว่า  หากใครได้เดินทางไป "ชุธาตุ"  หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้อานิสงส์อย่างยิ่ง

 




ปี 2554 นี้ จึงเป็นปีที่เหมาะยิ่งต่อการขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุแช่แห้ง   ซึ่งตามปีนักษัตรแล้ว ตรงกับปีเถาะพอดิบพอดี  ด้วยความเชื่อของชาวจีน ว่ากันว่า  เป็น "ปีชง" (ไม่ดี) ของคนเกิดปีกระต่ายด้วย   ตามความเชื่อแบบไทยๆ ถ้ามีโอกาส ก็ควรจะไปไหว้เสริมสิริมงคล เสริมความสบายใจ แก่ตัวเองกันเสียหน่อย

 

 

ไม่ว่าจะไปยังทิศไหน มุมใด ณ ที่น่าน  เราจะดื่มด่ำกับ "ความสด" ของ เมืองน่าน อยู่เป็นอย่างมาก  ด้วยวัฒนธรรมหลากหลายหลากหลายทางวัฒนธรรม มีโบราณสถาน มีธรรมชาติอยู่ครบ   ทั้งยังมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับ หลวงพระบาง ของประเทศลาว  กระทั่งสถาปนาความสัมพันธุ์เป็นเมืองพี่น้องกับ หลวงพระบาง  และ เชียงรุ่ง ของประเทศจีน กันเลยทีเดียว  ทำให้ทุกอย่างดู "ง่าย" ในการไปมาหาสู่


เมื่อทิศทาง การท่องเที่ยว จ.น่าน เริ่มส่งสัญญาณคึกคักขึ้น   บรรดา "เศรษฐี-นายทุน"  ทั้งหลายแหล่ ก็เริ่มทะลัก ทยอย "ลงทุน" สร้าง "ธุรกิจ" ยังดินแดนล้านนาตะวันออก บนสันขวานทองด้ามนี้  ทั้งโรงแรม รีสอร์ท แหล่งท่องเที่ยว ผุดขึ้นดาดดื่นไปหมด

 




ไม่เว้นแม้แต่  "บัณฑูร ล่ำซำ" หัวเรือใหญ่แห่ง แบงก์กสิกรไทย  ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่หลงเสน่ห์ดินแดนเล็กๆ อันเงียบสงบ  สะอาด ผู้คนเป็นมิตร แห่งนี้เข้าอย่างจัง  ความรู้สึกดีอันพิเศษของเขาเกิดขึ้นหลังทางธนาคารไปสนับสนุนสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียน บ้านน้ำพาง อ.แม่จริม เมื่อ พฤษภาคม 2552  จากนั้นไม่นานเขาก็มาซื้อที่ดินแถวอ.แม่จริม และอ.บ่อเกลือ รวมถึงเทคโอเวอร์กิจการโรงแรมน่านฟ้า สุดเก่าแก่ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไว้  ก่อนใช้งบฯไปกว่า  50 ล้าน ปรับปรุงโฉมยกใหญ่  แปรสภาพในชื่อ "โรงแรมภูคาน่านฟ้า"  ในสไตส์ บูติก โฮเทล   หรูหราอลังการ ไว้รองรับ "คนรวยใจถึง" ที่มีจิตใจ"รักษ์วัฒนธรรม"  ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ 

 


ขณะที่หลายองค์กรก็เข้าไปทำกิจกรรมซีเอสอาร์  ร่วมกับโครงการต่างๆ อันคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านในพื้นที่ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยน่าน เป็นทั้งพื้นที่โครงการนำร่องของมูลนิธิปิดทองหลังพระ  ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ท่าวังผา  หรือที่ศูนย์เรียนรู้สิ่งแวดล้อมเฉลิมพระเกียรติ  โรงเรียนสา อ.เวียงสา

 


ด้านเทศบาลเมืองน่าน  ถึงกับทุ่มงบฯกว่า 70 ล้านบาท ปรับปรุงภูมิทัศน์ในเขตเมืองเก่าเพื่อรองรับการเป็น "เมืองมรดกโลก"  อันจะช่วยส่งเสริมผลดีต่อการท่องเที่ยวในอนาคตของจังหวัดมากขึ้นไปอีก




ถนนสายหลัก ราดยางมะตอยอยู่ในสภาพผิวที่ดี  ตัดผ่านเข้ามายัง น่าน ตลอดความยาวเชื่อมโยงอำเภอต่างๆ ไปสู่จังหวัดข้างเคียงและประเทศลาว  เพิ่มความสะดวกช่วยการสัญจรไปได้หลายที่ แม้ไม่มีทางรถไฟ แต่ก็มีท่าอากาศยาน  ซึ่งตอนนี้เริ่มกลับมามีเที่ยวบินขึ้นหลงหลายไฟลต์แล้ว สอดรับ "ความเจริญ" ในอนาคตที่ค่อยๆ ถาโถมเข้ามา

 


จากข้อมูลของทางจังหวัด พบว่า เฉพาะยอดนักท่องเที่ยวที่มาเยือนน่าน  ตลอดปี 53  เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ปี เมื่อเทียบกับ กับปีก่อนๆ ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 40,000 - 50,000 คน  แนวโน้มชาวต่างชาติก็ค่อยๆเพิ่มสัดสัดส่วนเป็นลำดับ 

 




ความเป็นเมืองเล็ก ทรัพยากรต่างๆ ยังไม่ถูกกัดกร่อน เพิ่มเสน่ห์ของ จ.น่าน  ให้ "ทรงคุณค่า" อย่างแท้จริงจึงไม่แปลก ที่ดินแดนแห่งนี้ จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายคนอยากมาสัมผัส  ถึงขนาดได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 3 ของประเทศ  พร้อมทั้งติด 1 ใน 9 สถานที่นักท่องเที่ยวต้องกลับมาเที่ยวอีกครั้ง


โดยเฉพาะผู้นิยมการเดินทางแบบแสวงหา เข้าถึง "ธรรมชาติ"  อันเงียบสงบ คงความบริสุทธิ์แห่งวัฒนธรรมที่มีอยู่อยากหลากหลาย  วิถีชีวิตเป็นอยู่อันเรียบง่ายของทั้งชนพื้นเมืองสำคัญหลายกลุ่ม  และชาวเขา  ที่มีอยู่อย่าเบาบาง  ด้วยที่นี่ยังห่างไกล "มลทิน" แห่ง "วัตถุนิยม" อยู่มาก เมื่อเทียบกับ จ.เชียงใหม่  หรือ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน ที่ตอนนี้ เริ่ม "ไม่เป็นตัวเอง" อีกต่อไปแล้ว   

 




ก็ได้แต่หวังว่า เมื่อ "เมืองน่าน" บูม ถึงขีดสุด จะไม่ตกอยู่ใน "ชะตากรรม" เดียวกับจังหวัด  หรืออำเภอท่องเที่ยวใหญ่ๆ อีกหลายแห่งในประเทศนี้  ที่โดน "รุกราน" จนสูญเสียความเป็น "เอกลักษณ์"  เมื่อ "ความเจริญ" เข้าไปจับจอง  กลืนวัฒนธรรมดั้งเดิมไปเสียจนแทบจะหมด   

 

 

เพราะหากเป็นเช่นนั้น  "เสน่ห์ชวนหลงใหล" อบอวลมากล้นเหลือทั่วในวันนี้ จะสาบสูญไปจากวิถี "ชาวน่าน" แบบไม่มีวันกลับมาอีกเลย และอาจคงเหลือไว้ซึ่ง "ความทรงจำ" กับ"ภาพถ่าย"ที่เก็บไว้เพื่อเป็น"อนุสรณ์" เท่านั้น...

 




วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554 มติชน












แรงบรรดาลใจคือ
   "สิ่งสำคัญ"

suparath

  • บุคคลทั่วไป
Re: มนต์เสน่ห์"น่าน"...เมืองเล็กหลากวัฒนธรũ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 26 เมษายน 2011 | 01:52:27 PM »
อยากให้อยู่เหมือนเดิม






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 เมษายน 2011 | 07:50:19 PM โดย แอดมิน~เต้ย~ »

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top