ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมฐานของเราจะวนเวียนอยู่ไม่ให้เกินร่างกายออกไป  (อ่าน 1866 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ภูหนาว

  • Moderator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3460
  • ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย



หลวงพ่อปราโมทย์: เมื่อปีสองสี่ ปลายๆปี หลวงพ่อไปเจอธรรมะของหลวงปู่ดูลย์เข้า ตอนนั้นไม่รู้จักท่านหรอก เพราะเขียนชื่อ “พระรัตนากรวิสุทธิ์” เขียนไว้แค่นั้น ใครก็ไม่รู้ แล้วก็บอกว่า “จิตที่ส่งออกนอกเป็นสมุทัย ผลที่จิตส่งออกนอกเป็นทุกข์ จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งเป็นมรรค ผลที่จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งเป็นนิโรธ อนึ่งจิตมีธรรมชาติส่งออกนอก”

ยังมีอีกบทหนึ่งนะ จิตมีธรรมชาติส่งออกนอก ถ้าส่งออกนอกแล้วกระเพื่อมหวั่นไหวนี้เป็นสมุทัย ผลที่จิตส่งออกนอกแล้วกระเพื่อมหวั่นไหวเป็นทุกข์ ถ้าจิตส่งออกนอกแล้วมีสติอยู่อย่างบริบูรณ์ จิตไม่กระเพื่อมหวั่นไหวเป็นมรรค แล้วก็พ้นจากความทุกข์ไปเป็นนิโรธ พระอริยะเจ้าทั้งหลาย นี่บทสรุป พระอริยะเจ้าทั้งหลายหมายถึงพระอรหันต์นะ มีจิตไม่ส่งออกนอก มีจิตไม่กระเพื่อมหวั่นไหว ก็พ้นจากทุกข์

ธรรมะของท่าน อ่านตรงนี้ โอ้..อ่านแล้วสะใจจัง ตอนนี้เหลือท่อนเดียว นึกออกไหม เหลือแต่จิตส่งออกนอกเป็นสมุทัย ท่อนหลังไม่มีแล้ว หายไปหมดแล้ว ไม่มีใครทรงจำไว้เลยทั้งที่ดี จำท่อนแรกไว้เพราะดูเก๋ไก๋ดี

พออ่านตรงนี้แล้วเรารู้สึกขึ้นมา โอ้.. ธรรมะอะไรประหลาด จริงๆนะ จิตมันทุกข์นะ ถ้าจิตมันทุกข์นะมันไม่ใช่เราทุกข์ นี่ใจรู้สึกอย่างนี้นะ ถ้าจิตไม่ทุกข์เสียอย่างแล้วใครจะทุกข์ อ่านธรรมะของท่านแล้วมันวกเข้ามาตรงนี้ได้ โอ้..อยากรู้จักนะ อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ พระองค์นี้ ไปเที่ยวถามๆคนนะ เขาบอกว่าคงตายไปแล้วล่ะ คงมรณภาพไปแล้ว เพราะเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ฝั้นอีกที หลวงปู่ฝั้นยังสิ้นไปแล้วเลย สิ้นตั้งแต่ปีสองสามมั้ง ราวๆนั้น หลวงปู่ดูลย์จะไปอยู่ได้อย่างไร

อยู่มาจนถึงเดือนกุมภา พงษ์เชษฐ์มาบอก ท่านยังอยู่นะ อยู่สุรินทร์ รู้อยู่แค่นี้ รู้ว่าท่านอยู่สุรินทร์ ชื่อหลวงปู่ดูลย์ เราขึ้นรถไฟไปหาท่าน ไปแล้วเที่ยวถามเขา ยังไม่รู้เลยว่าท่านอยู่อำเภอไหน อยู่ที่ไหนไม่รู้หรอก ลุยไปถามเอา ไปถามๆ ที่แท้อยู่ในเมืองนั่นเอง เจอท่านก็เรียนกับท่าน ท่านสอนให้ดูจิตดูใจตัวเอง

แทนที่ท่านจะบอกว่า ให้มีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง ถ้าเป็นสำนวนแบบช่วยย่อยนะ “มีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง” นี่ย่อยให้เสร็จแล้วนะ ถ้าเอาไปกินแล้วยังไม่ย่อยอีกก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วนะ

ไปหาหลวงปู่ แล้วหลวงปู่สอน “การปฏิบัติไม่ยาก ยากเฉพาะผู้ไม่ปฏิบัติ อ่านหนังสือมามากแล้ว ต่อไปนี้อ่านจิตตนเอง” สอนเท่านี้แหละ เราก็มาคอยรู้ทันจิตตัวเอง มาคอยรู้ไปเรื่อย เครื่องมือในการรู้จิตตัวเองนะ ก็คือสตินั่นเอง

ตอนนั้นไม่รู้จักหรอก ไม่รู้สติเสตอะเป็นยังไง ไม่รู้ทั้งสิ้นเลย ท่านบอกให้อ่านจิตตนเอง ก็คอยสังเกตว่าจิตมันเป็นยังไง จิตมันอยู่ที่ไหน จิตมันเป็นยังไง จะอ่านมันได้ยังไง คอยสังเกต เพราะรู้อยู่อย่างเดียวว่าจิตต้องอยู่ในร่างกายนี้แน่ จิตไม่อยู่เกินร่างกายออกไปหรอก เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ กรรมฐานของเรานี้ จะวนเวียนอยู่ไม่ให้เกินร่างกายออกไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520418.mp3
ลำดับที่ ๑
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๔๓ ถึง นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๘



http://www.dhammada.net/2011/01/30/6424/










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 พฤษภาคม 2013 | 03:43:18 PM โดย ภูหนาว »

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top