ผู้เขียน หัวข้อ: แล้วแต่ความชอบตามความคิดเห็น  (อ่าน 153 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

muisun

  • สมาชิกระดับสูง
  • ****
  • กระทู้: 161
  • ขอบคุณ: 0
แล้วแต่ความชอบของใครก็ของใคร  ดูแต่พระพุทธเจ้าซิ ตรัสรู้ทีแรกดำริว่าจะไม่สอน

ท้าวมหาพรมอุทานว่า โลกนี้จะฉิบหายเสียแล้ว เพราะพระพุทธเจ้าดำริในการขวนขวายน้อยเสียแล้ว จึงมาอาราธนาพระพุทธเจ้า อาราธนาให้ทรงแสดงธรรม เพื่อโปรดชาวโลก เพราะผู้ที่ฟังแล้ว จะได้ผลยังมีอยู่

เพราะเป็นธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้อมตธรรมแล้วจะต้องมีผู้มาอาราธนา จะได้เห็นคุณค่าแห่งสัจธรรม เราบวชมา 30 กว่าปี สอนธรรมะมาตั้งแต่ยังไม่บวช  เราสอนตั้งแต่เป็นทหาร ยังมีเพื่อนมาขอสมาทานศีลด้วย เพื่อที่จะรักษาศีล 5 เพราะหลักการสอนธรรมะพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่าเป็นหน้าที่ที่ควรจะกระทำ 

เพราะบางคนฟังแล้วเขาก็จะได้พ้นทุกข์ ถึงแม้ฟังไม่รู้เรื่อง ก็ควรสอนเพื่อให้ติดเป็นอุปนิสัย เปรียบสเมือนคนไข้ ถึงรักษายังไงไม่หายก็ต้องรักษา เพราะหลักของการบรรลุธรรมมีได้แม้แต่กำลังสอนอยู่ แม้แต่การฟังอยู่ แม้แต่การกำลังเรียนรู้อยู่ แม้แต่การเพ่งจิตให้เป็นหนึ่ง เพื่อรู้ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดทันทีและดับทันทีในปัจจุบัน จะได้ไม่ต้องมีการถือเรา ถือเขา ไม่ต้องไปเดือดร้อนว่าใครเลยสักเรื่อง

จะคิดดับๆ ก็สุข สวย รวย ดี ไม่มีความเดือดร้อน ฉลาดได้ทุกเรื่อง

เพราะอนิสงส์แห่งการฟังธรรม ผู้ที่เดือดร้อนก็จะหายเดือดร้อน ผู้ที่ยังมีกิเลสจะได้หมดกิเลส แม้แต่ผู้ที่หมดกิเลสแล้วยังจะต้องฟังธรรม เพื่อเข้าสู่สงบแห่งวิหารธรรม

สมกับพระอรหันต์ยังต้องฟังธรรม ถ้าพระอรหันต์ไม่ได้ฟังธรรม พระอรหันต์ก็จะทุกข์ เปรียบเสมือนทองชมพูนุช เนื้อแท้เป็นทอง สุกใสแวววาว ถ้ายังไม่ได้ขัด ไม่ได้สี ไม่ได้เช็ดถู ก็จะหมองคล้ำ เพราะมลทินของฝุ่นละออง อรหันต์ก็จะทุกข์เหมือนน้ำที่ติดบนใบบัว 4-5 หยด ของขันธ์ 5 แต่ปุถุชน คนเดือดร้อนเต็มร้อยทั้งหลายแหล่ ถ้าไม่ได้ฟังธรรมก็ทุกข์เดือดร้อนเท่ากับน้ำในมหาสมุทร ทุกข์เดือดร้อนติดหนี้ข้ามชาติกันไป

อนิสงส์แห่งการฟังธรรม แม้คนสมัยนี้ เพียงแต่มาใส่บาตร  ก็ยังสาธุ ก้มลงกราบลงกับแผ่นดินทั้งครอบครัว แล้วบอกว่า ได้พบแสงสว่างแห่งชีวิตแล้ว

พระอรหันต์ที่ท่านสำเร็จแล้ว 60 ปี ไม่สอนใครเลยก็มี เพราะท่านบำเพ็ญของท่านมาอย่างนั้น ไม่ช่วยใครเย็บจีวร ไม่บวชให้ใคร ไม่มีลูกศิษย์ แล้วท่านไม่เคยเอนหลังลงนอนเลย 60 ปี แล้วท่านก็ไม่เคยป่วยไข้สักอย่าง ฌาณอย่างไหนที่เข้าไม่ได้ไม่มี เข้าได้หมด วันสุดท้าย ท่านประกาศท่ามกลางสงฆ์ แล้วเข้านิพพานด้วยการนั่งเข้าฌาณ

พระบางองค์ยังไม่ได้สำเร็จอะไรเลย แต่เรียนธรรมะมาเยอะ ใครๆ ถามว่าท่านติดขันธ์ 5 หรือไม่ ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้ติดขันธ์ 5 แล้ว เพื่อนก็ถามว่า ท่านไม่ติดขันธ์ 5 ท่านก็สำเร็จอรหันต์แล้วซิ ท่านก็บอกว่าท่านไม่สำเร็จ ถ้ายังไม่สำเร็จแล้วทำไมอธิบายได้ถูกต้องว่าการหลุดพ้นจากความสงบเย็นเพราะดับขันธ์ 5 ได้ เปรียบเสมือนคนเห็นน้ำในบ่อถูกถามว่า น้ำในบ่อจืดสนิทเย็นดีหรือ ผู้ตอบก็ตอบว่า ใช่ จืดเย็นสนิทดี ผู้ถามก็ถามว่า ท่านดื่มกินแล้วหรือ  ผู้ตอบก็ตอบว่าไม่ได้กิน

เปรียบเสมือนสัจธรรมมีเนื้อแท้เป็นเช่นนั้น ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ถามกันไป ตอบกันมา ผลสุดท้ายท่านก็สำเร็จอรหันต์กันหมด

เพราะการสำเร้จอรหันต์เกิดขึ้นได้จากการสอน การฟัง การเพ่ง การเข้าสมาธิ

สำเร็จเป็นพระโสดาบันเพราะเลิกสงสัยได้ทุกเรื่อง

สำเร็จเป็นพระสถิทาคามี เพราะบารมีแก่กล้ากว่าโสดาบัน

สำเร็จเป็นพระอนาคามี เพราะดับความชอบ ตวามชังได้ทุกเรื่อง

สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ดับความเฉย รู้ทันต้นเหตุ ไม่ถือตัวว่า เลิศ เลว เสมอใคร

รู้ทันจะคิดดับๆ ได้ด้วยตนเองก็ดับคำถาม คำตอบ ชอบ ชัง เฉยในขณะปัจจุบันทีละแว็บๆ ตลอดวัฎจักรไม่เกิดก็คุ้มแล้ว

จากแอบดี สายสืบนิสัยศาสตร์











Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top