ผู้เขียน หัวข้อ: เรือยามาโมโต แห่งสงครามโลกครั้งที่ 2  (อ่าน 3864 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

แอดมิน~เต้ย~

  • admin is coming
  • Administrator
  • สมาชิกในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3011
  • ขอบคุณ: 95
  • เพศ: ชาย
  • แอดมินมาแล้วว
ลึกลงไปใต้มหาสมุทรแปซิฟิก นักประดาน้ำลึกและนักประวัติศาสตร์ใต้ท้องทะเลกำลังช่วยกันค้นหาเรือประจัญบานลำใหญ่
ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นมา


ที่ท่าเรือคูเระทางตอนใต้ของญี่ปุ่น อู่ต่อเรือ ณ วันนี้ คือ สถานที่ผลิตเรือบรรทุกสินค้าที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่ราว 60 ปีที่แล้วมันคือสถานที่ก่อกำเนิดอาวุธทางทะเลที่น่าเกรงขามที่สุดในช่วงสงครามโลกครั
้งที่ 2

ยามาโต คือ เรือรบที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นมา มันถูกออกแบบขึ้นอย่างเป็นความลับสุดยอด ไม่มีแม้กระทั่งภาพวาดและแบบแปลนฉบับสมบูรณ์ นอกจากภาพวาดลายเส้นไม่กี่ชิ้นกับภาพถ่ายอีกหยิบมือเดียวที่เหลืออยู่ และข่าวลือที่ว่ายามาโตมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของคู่ต่อกรจากอเมริกา


บรรดากะลาสีได้ช่วยกันขึงอวนดักปลายาวหนึ่งไมล์รอบอู่ต่อเรือแบบแห้งที่มีขนาดใหญ่ที
่สุดในญี่ปุ่น เพื่อสร้างเรือประจัญบานที่ใหญ่ที่สุดและทรงพลังที่สุดในโลก ไม่มีใครรู้ว่ามันมีขนาดเท่าไร เพียงแต่รู้ว่าระวางขับน้ำของยามาโตมีขนาดสองเท่าของเรือประจัญบานใดๆ ของฝ่ายสัมพันธมิตร ป้อมปืนที่มีอยู่สามป้อมนั้น แต่ละป้อมหนัก กว่าเรือพิฆาตของอเมริกา ปืนกระบอกหลักๆ ถูกออกแบบให้โจมตีได้ในระยะ 25 ไมล์ ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้ มาก่อน โดยในระยะไกลขนาดนั้นจำเป็นต้องอาศัยเครื่องบินระบุตำแหน่งช่วยบินนำวิถีกระสุนอยู่เ
หนือเส้นขอบฟ้า


ยามาโตก็เหมือนกับเรือขนาดใหญ่ที่มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่ามันจะไม่มีทางจม แต่แล้วเรือเหล่านั้นก็มักจะมีเหตุต้องจมลงจนทำให้เป็นที่มาของประวัติศาสตร์และตำนา
นที่เล่าขานสืบต่อกันมา

เรือประจัญบานยามาโตเข้าร่วมกองเรือประจัญบานในเดือนธันวาคม 1941 โดยหน่วยข่าวกรองของอเมริกาก็รับรู้ถึงการประจำการนี้ ทว่าไม่มีใครรู้ถึงอานุภาพอันร้ายแรงของมัน นักวิเคราะห์จากกองทัพเรือสหรัฐเชื่อว่ายามาโตมีขนาดใหญ่พอๆ กับเรือประจัญบานลำใหม่ๆ ของอเมริกา แต่ที่จริงแล้วมันใหญ่กว่าเรือเหล่านั้นถึงสองเท่า เพราะต้องออกแบบเพื่อรองรับปืนประจำเรือที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการติดตั้งบนเรือป
ระจัญบาน


การยิงปืนขนาด 18 นิ้วด้วยความเร็วเหนือเสียง โดยที่กระสุนแต่ละนัดหนักพอ ๆ กับรถยนต์หนึ่งคัน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าปืนของยามาโตน่าจะสามารถเจาะเกราะที่หนาเกือบสองฟุตได้


สาเหตุที่ญี่ปุ่นสามารถสร้างเรือใหญ่ขนาดนั้นมาลอยลำอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกได้ ขณะที่อเมริกาคู่ต่อสู้ทำไม่ได้ทั้งๆ ที่มีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่ากัน ก็เพราะเรือของญี่ปุ่นไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่านเข้าออกทางคลองปานามา ที่มีล็อกยกระดับขนาด 110 ฟุตเป็นตัวกำหนด

ไม่เพียงอานุภาพของอาวุธที่ร้ายแรง แต่การออกแบบยามาโตนั้นพิถีพิถันแทบจะทุกขั้นตอน เพราะแม้แต่หัวเรือก็มีการออกแบบให้ลดแรงเสียดทาน ความกว้างของยามาโตทำให้ความลู่น้ำมีความจำเป็นยิ่ง เพราะเมื่อมันแล่นผ่านน้ำหัวเรือก็จะก่อให้เกิดคลื่นอย่างต่อเนื่อง โหนกที่ท้องเรือยามาโตจะก่อให้เกิดคลื่นนำหน้าหัวเรือไปสองสามฟุต ซึ่งจะขจัดคลื่นที่เกิดจากตัวเรือเอง และเมื่อมีคลื่นปะทะน้อยลงแรงเหนี่ยวของน้ำก็ลดลง


แม้จะมีอานุภาพมหาศาลในการทำลายล้างแต่ทว่ายามาโตกลับมีจุดอ่อนตรงความเปราะบางของเร
ือ เพราะเมื่อมันร่วมขบวนไปโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 กองทัพเรือญี่ปุ่นสามารถทำลายและสร้างความเสียหายให้แก่เรือประจัญบานของฝ่าย สัมพันธมิตรทุกลำในมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยแสนยานุ ภาพทางอากาศ ถึงจะประสบความสำเร็จ แต่ยุคการต่อสู้กันของเรือประจัญบานนั้นกำลังร่วงโรยไป ศึกมิดเวย์เป็นจุดหักเหของสงครามในมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นการต่อสู้กันของเรือบรรทุกเครื่องบิน


ในเดือนมิถุนายน 1942 กองทัพเรือสหรัฐได้ล่อญี่ปุ่นเข้ามาติดกับ และส่งเครื่องบินรบหลายร้อยลำเข้าโจมตีกองเรือของญี่ปุ่นภายในไม่กี่ชั่วโมง ญี่ปุ่นสูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบินไปสี่ลำและเครื่องบินกว่า 330 ลำ เป็นความพ่ายแพ้ซึ่งทำให้กองทัพเรือของพระจักรพรรดิไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกเลย

การสูญเสียกำลังคุ้มกันทางอากาศทำให้จุดด้อยของยามาโตมีเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อมันกลับเข้าสู่น่านน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกอีกครั้ง หลังจากจอดรออยู่ในที่ปลอดภัยนานนับปี ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1945 ขณะที่กำลังเสียท่าให้กับอเมริกา ญี่ปุ่นส่งอาสาสมัครนักบินกามิกาเซ่ไปพุ่งชนเรือของฝ่ายสัมพันธมิตรไป 300 ลำ คร่าชีวิตลูกเรืออเมริกันไปหลายพันคน แต่การยอมตายเพื่อศักดิ์ศรีของญี่ปุ่นก็ยังไม่จบสิ้นลง เพราะยามาโต คือ คำสั่งลับสำหรับแผนการที่สิ้นหวังลำดับต่อไป

ยามาโตแล่นตรงไปสู่กองเรือของอเมริกา 1,500 ลำ โดยปราศจากการคุ้มกันทางอากาศ เมื่อเครื่องบินลำแรกโจมตียามาโตขณะที่มันอยู่ห่างจาก เรือรบอเมริกาถึงสองร้อยไมล์ ปืนขนาด 18 นิ้วที่มีอยู่ จึงไร้ความหมาย เพราะมันไม่สามารถยิงเครื่องบินที่ เข้ามาใกล้ในระยะ 10 ไมล์ได้สะดวกท่ามกลางเมฆที่ ลอยต่ำ ทันทีที่เครื่องบินทิ้งระเบิดลำแรกสามารถทะลุรัศมีป้องกัน 10 ไมล์เข้ามาได้ ปืนต่อสู้อากาศยานนับร้อยกระบอกของยามาโตก็ถูกยิงขึ้น แต่เครื่องบินเกือบทุกลำก็สามารถบินเข้าสู่ระยะ 20,000 ฟุตเหนือเรือลำนี้พอดิบพอดี ระเบิดหนัก 500 ปอนด์ลูกแรกโดนดาดฟ้าเรือ


แต่สิ่งที่ทำให้เรือประจัญบานลำนี้ถึงจุดจบก็คือตอร์ปิโดนับสิบๆ ลูกที่ถูกทิ้งจากอากาศและเจาะทะลุ ยามาโตจากใต้ระดับน้ำใกล้กับหัวเรือและท้ายเรือ ซึ่งเป็นจุดที่เปราะบางที่สุด เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่กองทัพเรือญี่ปุ่นไม่ยอมรับว่ายามาโตได้จมลงพร้อมกับลูกเรือ 3,000 คน

ผู้รอดชีวิตถูกนำตัวไปยังอาคารท่าเรือที่เคยถูกระเบิด ที่ซึ่งพวกเขาถูกซ่อนไว้ หนึ่งเดือนหลังจากเรือจมผู้รอดชีวิตเหล่านั้นจึงได้รับอนุญาตให้กลับไปหาครอบครัว


เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือบรรทุกเครื่องบินเข้ามาแทนที่เรือประจัญบาน ในฐานะสัญลักษณ์แห่งอำนาจของชาติบนพื้นน้ำ ในระยะเวลาหกสิบปีหลังจากยามาโตจมลง ไม่มีชาติใดในโลกตัดสินใจสร้างเรือประจัญบานอีกเลย
ติดตามเราได้ที่
facebook: facebook.com/02dualedu  twitter:@02dual
ถ้าคุณมีข่าวเกี่ยวกับการศึกษา บอกเราสิที่ admin@02dual.com

Tags:
 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)



Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 
02dual เว็บแห่งการศึกษาCreative Commons License
Back to top